+66866677011 globaltourplanner@gmail.com

Login

Sign Up

After creating an account, you'll be able to track your payment status, track the confirmation and you can also rate the tour after you finished the tour.
Username*
Password*
Confirm Password*
First Name*
Last Name*
Email*
Phone*
Country*
* Creating an account means you're okay with our Terms of Service and Privacy Statement.

Already a member?

Login
+66866677011 globaltourplanner@gmail.com

Login

Sign Up

After creating an account, you'll be able to track your payment status, track the confirmation and you can also rate the tour after you finished the tour.
Username*
Password*
Confirm Password*
First Name*
Last Name*
Email*
Phone*
Country*
* Creating an account means you're okay with our Terms of Service and Privacy Statement.

Already a member?

Login

Chadar Trek เทรคน้ำแข็ง แม่น้ำซานสการ์ ลาดักห์ 8 วันเทรค 6วัน

ติดต่อจองทัวร์ที่ Global Tour Planner Tel.0866677011, e-mail: globaltourplanner@gmail.com

สถานที่: เลห์ ลาดักห์ อินเดีย

ระยะเวลา: ·9 วัน (เทรค 6 วัน)

ระดับความยาก: ยาก

ระดับความสูงจากน้ำทะเลที่สูงที่สุดในทริป: 11,123 ฟุต หรือ 3,390.29m (1 foot = 0.3048 meters)

ระยะทางทั้งหมดในทริป (โดยประมาณ): 75 ก.ม.

ทริปนี้เหมาะกับใคร: เหมาะกับผู้ที่ชอบการผจญภัย ไม่ขี้กลัว อยู่ง่ายกินง่าย มีร่างกายแข็งแรงพอประมาณ ไม่ต้องถึงกับเป็นนักกีฬา หรือ นักเดินป่ามืออาชีพ

frozen-river-chadar-route-map - CopyChadar Trek3 Chadar Trek1 - Copy
Chadar Frozen River Trek from lifeisavacation dot wordpress dot com - Copy

ลาดักห์คือดินแดนแห่งเขาสูง มีฤดูหนาวที่ยาวนาน หิมะจะปกคลุมทุกอย่าง บนนถนนมีหิมะทับถมในระดับสูง ในช่วงเดือน พ.ย. – มี.ค. บางหมู่บ้านสามารถเข้าถึงได้เพียงทางเดียว คือเดินเท้าผ่านแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง

Chadar Trek ….คือเส้นทางสายสำคัญเส้นทางเดียวที่จะยังคงเชื่อมต่อหมู่บ้านต่างๆในหุบเขาซานสการ์ กับ ต้นทางรถยนต์เพื่อเข้าสู่เลห์ ที่เมือง Chilling

เส้นทางเชดาร์เทรคนี้ ถูกใช้เป็นเส้นทางการค้า และทางสัญจรมากว่าศตวรรษ และเวลาที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงกลาง ม.ค. – ก.พ. เพราะน้ำแข็งจะแข็งมากพอที่จะเดินบนผิวแม่น้ำได้

แม่น้ำซานสการ์ เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่มีน้ำเชี่ยว ช่วงตั้งแต่  Chilling ไปจนถึง หุบเขาซานสการ์ แม่น้ำจะไหลผ่านหุบเขาลึก คดเคี้ยวไปในช่องระหว่างหน้าผาชัน ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ไปจนถึงกุมภาพันธ์ อากาศจะเย็นจัดจนพื้นผิวของแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง โดยใต้ผิวน้ำแข็งลงไปไม่กี่นิ้ว สายน้ำที่เย็นจัดก็ยังคงไหลไม่หยุด

ฤดูกาลของ Chadar Trek เริ่มขึ้นเมื่อความหนาของน้ำแข็งบนผิวแม่น้ำหนามากพอที่จะรับน้ำหนักของคนและสัมภาระได้ การเทรคนี้ถือเป็นเทรคที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกเส้นหนึ่ง เป็นเส้นทางเทรคที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนๆ

การเทรคเริ่มต้นหลังจากที่นั่งรถไปลงที่ Chilling จุดสุดท้ายที่รถสามารถไปถึงได้ จากนั้นก็เริ่มเทรคเข้าไปในช่องเขา เมื่อผ่านช่องเขาเข้าไปในหุบเขาก็จะต้องตะลึงกับวิวที่ทำให้คุณแทบหยุดหายใจไปกับความงามที่โอบล้อมด้วยยอดเขาน้ำแข็ง แท่งน้ำแข็งที่ย้อยลงมาตามหน้าผา ยามราตรีคณะจะพักแรมในถ้ำ โดยทีมงานจะทำแค้มป์ไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

ในทุกวัน เราจะเริ่มเทรคกันราว เก้าโมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์เริ่มส่งความอบอุ่นผ่านฟ้าใสลงมาสู่พื้นดิน เราจะเดินไปตามทางของแม่น้ำ Tsarap ในเขต Nyerag, Lingshed และเขตต่างๆจนถึงซานสการ์

การมีไกด์ที่มีประสบการณ์ไปด้วยเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะการเดินบนน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเดินไปตามขอบแคบๆของน้ำแข็ง ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูง อีกด้านหนึ่งเป็นแม่น้ำลึกและเชี่ยวกราด หากลื่นตกลงไปในแม่น้ำ ไม่เพียงแต่จะต้องทรมานกับความหนาวเย็น แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิต หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจพลาดตกลงไปได้

จริงๆแล้วหากทำตามคำแนะนำของไกด์ผู้มีประสบการณ์ Chadar Trek ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

เป็นที่น่าเสียดายว่า Chadar Trek จะหายไปภายใน 5 ปี เพราะขณะนี้ทางการอินเดียกำลังเร่งสร้างถนนตัดเข้าสู่หุบเขาซานสการ์ตามเส้นทางเทรคนี้ เมื่อนั้น Chadar Trek ก็จะสิ้นสุดลง จบตำนานเส้นทางเดินโบราณเส้นนี้อีกเส้น แทนที่ด้วยความเจริญในรูปของถนนและรถยนต์ แต่ก็เป็นผลดีกับชาวบ้านที่มีความจำเป็นต้องเดินทางในช่วงหน้าหนาว

ความจริงการเข้าถึงหุบเขาซานสการ์สามารถไปได้ทางรถ แต่ต้องอ้อมไปจนถึงเมืองคาร์กิล และผ่านหุบเขาซูรูกว่าจะถึงซานสการ์ก็ใช้เวลาหลายวันแม้จะเป็นทางรถก็ตาม และในช่วงฤดูหนาว ถนนมักจะถูกทับถมด้วยหิมะจนไม่สามารถขับรถผ่านได้ เส้นทางตามแม่น้ำซานสการ์จึงช่วยย่นระยะเวลาได้มาก และดูแลได้ง่ายเพราะใกล้เมืองเลห์มากกว่า

หลายศตวรรษแล้วที่ชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เมื่อถนนเข้าสู่หุบเขาซานสการ์ถูกปิดเพราะหิมะที่ทับถม ชาวบ้านจึงใช้โอกาสที่แม่น้ำซานสการ์เป็นน้ำแข็ง ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเพื่อเข้าสู่เลห์ สำหรับชาวบ้านแล้ว หากตั้งต้นจากเมืองพาดุม เมืองเอกในหุบเขาซานสการ์ต้องใช้เวลาราว 8 วันเพื่อเดินทางมายังเลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ โดยระหว่างทางจะแวะพักค้างคืนในถ้ำเพื่อหลบหนาว

อุณหภูมิอาจลงไปจนถึง -30 ถึง -35 องศาเซลเซียส

คำว่า Chadar เป็นภาษาพื้นเมือง แปลว่า ผ้าห่ม เหตุเพราะพื้นผิวที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ชาวบ้านจึงเรียกพื้นผิวแม่น้ำที่เป็นน้ำแข็งนี้ว่า Chadar และการเดินเทรคเส้นนี้ว่าเป็น Chadar Trek

Brief itinerary

Day 1 :- Fly to Leh 3500m

Day 2 : Leh – acclimization

Day 3 :- Leh – Chilling

Day 4 :- Trek starts: Chilling – Shingrak (Ice-Trek)

Day 5 :- Shingrak – Tib Bago (Ice-Trek)

Day 6 :- Tibb Bago –  Naerak Phulu (Ice-Trek)

Day 7 :- Naerak – Hotong Blo

Day 8 :- Hotong – Leh

ก่อนการเดินทาง

ท่านที่มีปัญหาโรคหัวใจ โรคความดัน โรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือ SLE ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจร่วมทริป เนื่องจากลาดักห์อยู่ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกินกว่า 3000เมตร และมีปริมาณออกซิเจนในอากาศบาง จะมีผลกับการสูบฉีดโลหิต ซึ่งจะเป็นอันตรายกับผู้ป่วยได้

รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก บินสู่เลห์

ในฤดูหนาว การเดินทางมายังลาดักห์มีเพียงหนทางเดียวคือ บินเข้าไปยังเมืองเลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ แคว้นลาดักห์ตั้งอยู่ในรัฐจัมมูแคชเมียร์ อยู่ทางเหนือสุดของประเทศอินเดีย มีพรมแดนติดกับทิเบต เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ ในฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน ต.ค. ถึง พ.ค. การสัญจรทางถนนจะถูกหิมะปกคลุมจนหลายเส้นทางต้องปิด จนกว่าหิมะจะละลาย

ท่านจะเริ่มพบประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงตั้งแต่เครื่องบินออกจากกรุงเดลลี ราวครึ่งชั่วโมง ตลอดทางจะเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัย ผ่านเส้นทางสุดคลาสสิค เหนือทางหลวงมะนาลี-เลห์ จนเข้าสู่เขตเมืองเลห์

ที่เมืองเลห์ ท่านจะมีความรู้สึกเหมือนเข้าสู่ทิเบต ที่ยังมีความเป็นทิเบตมากกว่าทิเบตในปัจจุบันเสียอีก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธแบบทิเบต เนื่องจากเลห์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 3000เมตร เมื่อเดินทางมาถึงจึงต้องใช้เวลาปรับตัว โดยในวันแรกเราแนะนำให้ท่านพักผ่อน ไม่ควรมีกิจกรรมใดๆมากนัก เคลื่อนไหวช้าๆ ดื่มน้ำมากๆ ทำตัวให้อุ่น และที่สำคัญระวังอย่าให้เป็นหวัด เพราะการเป็นหวัดในที่สูงจะทำให้ร่างกายท่านอ่อนแรงยิ่งขึ้น หากรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หากร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับที่สูงและออกซิเจนบางได้ อาจต้องรีบนำตัวกลับสู่ที่ต่ำ

หากท่านใดต้องการที่จะหาซื้ออุปกรณ์การเทรค เช่น รองเท้าบูท ถุงมือ ถุงเท้า ถุงนอน และอื่นๆ ก็สามารถหาซื้อได้ในร้านขายอุปกรณ์เทรคกิ้งซึ่งยังคงเปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว

คืนนี้เราพักค้างคืนในเลห์

วันที่สอง เลห์ – ปรับร่างกาย

วันที่สาม เดินทางสู่เมือง Chilling

ช่วงเช้า ท่านสามารถตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นบนเจดีย์เพื่อสันติภาพ Shanti Stupa ได้ ณ ที่นั่นท่านจะได้เห็นวิวของเมืองเลห์แบบพาโนรามา และเห็นยอดเขา Stok Kangri ที่คอยส่งสัญญานเรียกให้เราปีนขึ้นไปหา

ในวันนี้เราจะนั่งรถไปยังเมือง Chilling ทางคดเคี้ยวไปตามแม่น้ำสินธุ (Indus River) ไปยังหมู่บ้าน Nimu ที่ซึ่งแม่น้ำสินธุ บรรจบพบกับ แม่น้ำซานสการ์ จอดให้ท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จากนั้นมุ่งหน้าต่อไป ทางเริ่มลาดลงไปหาแม่น้ำ บางช่วงอาจมีเสียว เพราะทางอาจจะชันบ้าง และต้องวิ่งบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ถนนทอดยาวผ่าน Chilling ไปยัง Tilad รถพาท่านไปจนสุดทาง ทีมงานลูกหาบจะล่วงหน้าไปตั้งแค้มป์ที่ริมฝั่งแม่น้ำซานสการ์  วันนี้ทีมงานจะจัดแบ่งของให้ลูกหาบขนระหว่างเทรค ท่านสามารถเดินรอบๆ หรือปีนไปบนยอดเขาเพื่อดูวิวแม่น้ำน้ำแข็ง หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างมาก

วันที่สี่ Tilad Do to Shingrak (Ice-Trek)

วันนี้เป็นวันแรกของการเทรค เราจะเทรคไปยัง Shingrak ผ่านทาง Telat Sumdo ระหว่างทางเป็นป่า และเราจะได้เริ่มการเทรคบนแผ่นน้ำแข็ง ไกด์บรรยายสรุปถึงวิธีการเดินบนแผ่นน้ำแข็งก่อนเริ่มเดินกัน แผ่นน้ำแข็งอาจแตกต่างกันหลายรูปแบบ อาจจะทั้งเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ลื่น แข็งและเย็น หรือ อาจจะเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ แผ่นน้ำแข็งอาจจะหนา หรือ อาจจะบาง ควรจะปฎิบัติตามคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด สำหรับคนท้องถิ่นแล้ว จะมีความชำนาญในการทราบว่าควรจะเหยียบลงบนส่วนไหนของแผ่นน้ำแข็ง  ก้าวแรกที่เหยียบลงบนแผ่นน้ำแข็ง ท่านอาจจะยังไม่คุ้นชิน ต้องใช้เวลาซักระยะในการปรับตัว

ระหว่างการเทรคบางครั้งอาจจะต้องเดินลุยน้ำเย็นเฉียบความลึกประมาณข้อเท้า หรือ อาจต้องมีการปีนหน้าผาริมแม่น้ำด้วย แต่เมื่อนั้นท่านก็จะคุ้นชินกับการเดินบนแผ่นน้ำแข็งแล้ว ให้ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างเล่นเลื่อนและสเก็ตน้ำแข็ง

วันนี้พวกเราจะผ่านถ้ำอย่างน้อย 5-6 ถ้ำที่ Telat Sumdo ถ้ำแต่ละแห่งสามารถพักอยู่ได้ 6-7 คน กว้างประมาณ 5-6 เมตร ถ้าโชคดี คุณอาจจะได้เจอกับเสือดาวหิมะ

พวกเราจะพักรับประทานอาหารกลางวันที่ถ้ำ Maraklaga Bago (Maraklaga แปลว่า โคลน/ดิน สีขาว และ Bago แปลว่า ถ้ำ) โดย พ่อครัวและทีมงานจะปรุงอาหารร้อนๆให้ท่านทาน สิ่งสำคัญที่ท่านต้องปฏิบัติตลอดเวลาคือการดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดให้ร่างกายได้ปรับตัวกับสภาพอากาศที่บางได้ดี

ในวันนี้ต้องเดินราว 12 ก.ม. บนแผ่นน้ำแข็ง (Chadar)

วันที่ห้า Shingrak to Tibb Cave

ในวันนี้ส่วนที่ท้าทายที่สุดคือการเอาตัวออกมาจากถุงนอนอันอบอุ่น เพื่อมาเจอกับอากาศที่จุดเยือกแข็งข้างนอก แต่คุณก็จะได้รับความอุ่นจากชาร้อนๆที่เราจะเสริฟให้

วันนี้เริ่มขึ้นเหมือนทุกวัน ตื่น 7 โมงเช้า อาหารเช้า 8 โมง และเริ่มเดินราว 8.30น. – 9.00น. วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินไกลที่สุด แต่กลับเป็นผลดี เพราะการเดินทำให้ร่างกายอบอุ่น ลดความหนาวเย็นได้มาก

วันนี้เราจะเดินเข้าไปในหุบเขาซานสการ์ แสงแดดจะถูกบดบังจากกำแพงภูเขาอันสูงใหญ่ มีถ้ำมากมายระหว่างทาง ทั้งเล็กทั้งใหญ่ และวันนี้เราจะได้เห็นน้ำตกใหญ่ที่แข็งเป็นน้ำแข็งสองแห่งด้วย

มีนิทานปรัมปราเล่าว่า หลายร้อยปีก่อน หมู่บ้านแถวนั้นขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านจึงเดินทางไปขอน้ำในดินแดนทิเบต พวกเขาได้รับกล่องมาหนึ่งกล่อง ซึ่งผู้ให้กำชับว่าห้ามเปิดดูจนกว่าจะถึงหมู่บ้าน แต่ด้วยความกระหายใคร่รู้ พวกเขาเลยเปิดกล่องดู ณ ที่ตรงนี้  เมื่อกล่องถูกเปิดออกก็ปรากฎปลาสองตัวกระโดดออกมาจากกล่อง เกิดเป็นน้ำตกสองแห่งนี้ หนึ่งในน้ำตกนั้นมีความแปลกประหลาดเกิดขึ้น คือ น้ำไม่กลายเป็นน้ำแข็งแม้ในฤดูหนาว และยังมีมอสขึ้นอยู่บนหินใต้น้ำตกอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นที่เดียวที่มีสีเขียวของพืชที่ท่านจะได้เห็นในการเดินเทรคครั้งนี้

ระหว่างทางเราจะแวะที่ Tsomodo ซึ่งเป็นชายแดนเชื่อมไปยังทิเบตได้ พักรับประทานอาหารกลางวันที่ Tutu Rong Tib Bago ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทาง สามารถจุคนได้ถึง 50 คนเลยทีเดียว (Tib หมายถึง ร่มเงา)

คืนนี้เราตั้งแต่แค้มป์กันในถ้ำใหญ่ ที่ Tibb

วันที่หก Tibb Cave to Naerak

วันนี้จะเป็นวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเทรคครั้งนี้ พวกเราจะเดินข้ามแม่น้ำเข้าไปในโตรกเขา ไปจนเจอบริเวณดงสนจูนิเปอร์ ที่ชาวบ้านนำธงมนตรามาแขวนไว้เต็มไปหมด ถ้าท่านต้องการจะแขวนธงมนตราเพื่อควาเป็นศิริมงคล สัญลักษณ์ของความโชคดี และสุขภาพดี ก็สามารถเตรียมธงมนตราแล้วไปแขวนที่นี่ได้ ใกล้ๆกันมีน้ำตกใหญ่ ท่านจะเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับน้ำแข็งหลากสีสรร ถัดไปมีสะพานข้ามแม่น้ำที่ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำซานสการ์ไปยังเลห์ในฤดูร้อน

หมู่บ้าน Naerak  อยู่เหนือแม่น้ำขึ้นไปหลายฟุต ท่านสามารถเทรคขึ้นไปที่หมู่บ้าน ไปดูวิถีชีวิตของชาวซานสการ์ แล้วค่อยลงมายังแค้มป์ที่จะตั้งไว้ใกล้กับแม่น้ำ

วันที่เจ็ด Naerak to Hotong bio

ระหว่างทางท่านจะได้เห็นคนท้องถิ่นที่สวนชุดกันหนาวแบบดั้งเดิมซึ่งทำจากขนสัตว์เรียกว่า Gonchas บางครั้งก็จะได้พบเห็นพระลามะที่เดินทางจาก Lingshed Monastery ไปยังเลห์ และบ้างก็เป็นผู้ปกครองที่พาเด็กนักเรียนเดินทางไปยังเลห์เพื่อไปให้ทันโรงเรียนเปิดหลังวันหยุดฤดูหนาวผ่านไป ชาวบ้านพวกนี้สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี เพราะในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่อุณหภูมิติดลบ ใบหน้าของพวกเขายังคงเปื้อนรอยยิ้มที่อบอุ่นต้อนรับนักเดินทางจากต่างแดนเช่นพวกเราเสมอ

วันที่แปด Hotong – Leh

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเทรคน้ำแข็ง อยากให้ท่านดื่มด่ำจดจำความงามอันบริสุทธิ์ของแม่น้ำน้ำแข็งนี้ให้เต็มอิ่ม เพราะเมื่อเราถึง Hotong แล้วเราก็ต้องโบกมือลาซานสการ์เพื่อเดินทางทางรถกลับไปยังเลห์

วันที่เก้า ร่ำลาเลห์

วันนี้ท่านจะร่ำลาเลห์เพื่อบินกลับไปยังพื้นราบ เหลือไว้แต่ความทรงจำกับประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต

การเดินทางเข้าเลห์

ในฤดูหนาว สามารถเดินทางเข้าไปเลห์ได้ทางเดียวคือทางเครื่องบิน โดยบินจากเดลลีไปยังเลห์โดยสารการบินในประเทศดังนี้

Jet Airways, Air India, Go Air โดยมีบินทุกวัน วันละไฟล์ท แนะนำให้จองล่วงหน้านานๆ เพื่อจะได้ราคาที่ถูก เพราะราคาอาจดีดขึ้นสูงถึงเที่ยวละหมื่นบาทเลยทีเดียว ราคาอยู่ระหว่าง 2,000 บาท – 1x,000 บาท ต่อเที่ยว

Jet Airways และ Air India จะบินจากอาคารระหว่างประเทศ Terminal 3 อาคารเดียวกับที่บินไป-กลับ ระหว่าง เดลลี – กรุงเทพฯ

ส่วน Go Air จะบินจาก Terminal 1D ซึ่งอยู่ห่างจากอาคารระหว่างประเทศไปราว 7 ก.ม.

 

อัตราค่าบริการ ท่านละ 22,000 บาท สำหรับกรุ๊ป 3 คนขึ้นไป

อัตรานี้รวม

  1. อุปกรณ์การพักแรมระหว่างการเทรค เช่น เต็นท์
  2. อาหารระหว่างการเทรค (จะมีพ่อครัวคอยปรุงอาหารให้ทานตลอดการเทรค)
  3. ไกด์ผู้มีประสบการณ์การเทรคน้ำแข็ง พร้อมทีมงาน
  4. ลูกหาบ
  5. รถรับส่ง จากเลห์ไปยัง จุดเริ่มต้นการเทรค
  6. ประกันการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท

 อัตรานี้ไม่รวม

  1. ตั๋วเครื่องบิน (กทม – เดลี / เดลี – เลห์)
  2. วีซ่าอินเดีย (ต้องไปทำด้วยตัวเองทุกคน ค่าธรรมเนียม ท่านละ 2,080บาทสำหรับสัญชาติไทย)
  3. ที่พักและอาหารในเลห์
  4. อุปกรณ์การเดินเทรคส่วนตัว เช่น ไม้เท้า, รองเท้า, crampons, ถุงนอน (มีให้เช่าในเลห์) ควรใช้ 2 ชั้น, รองเท้าบูธ (กันน้ำ) สูงเกือบถือเข่า เป็นต้น

ช่วงที่ดีที่สุดของการเทรคน้ำแข็ง

กลางเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศ เพราะต้องแน่ใจว่าแม่น้ำแข็งเป็นน้ำแข็งพอที่จะเดินเทรคบนน้ำแข็งได้

ควรจองทัวร์เมื่อไหร่

แนะนำควรจองล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพราะตั๋วเครื่องบินภายในประเทศระหว่างเดลี – เลห์ จะได้ไม่แพงจนเกินไป หากจองช้าราคาอาจดีดตัวไปถึง หมื่นบาทต่อเที่ยวเลยทีเดียว

Leave a Reply

Text Widget

Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Donec sed odio dui. Etiam porta sem malesuada.
error: Content is protected !!