fbpx

วิธี การเดินทางเข้าภูฏาน

วิธีการเดินทางเข้าภูฏาน How to enter Bhutan

การเดินทางเข้าภูฏาน วิธีการเดินทางเข้าภูฏาน การเข้าภูฏาน

วิธีการเดินทางเข้าภูฏาน

เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศที่ไม่มีพรมแดนติดทะเล การเดินทางเข้าภูฏาน จึงเปิดให้เข้า-ออกได้เพียงสองทาง คือ ทางบก และ ทางอากาศ

สารบัญ

  1. การเดินทางเข้าภูฏาน ทางบก

1.1. ด่านพุนโชลิง

1.2. ด่านซัมดรุปจงคา

1.3. เอกสารที่ใช้เมื่อเดินทางเข้าภูฏานทางบก

  1. การเดินทางเข้าภูฏาน ทางอากาศ

2.1. สายการบินภูฏานแอร์ไลน์

2.2. สายการบินดรุกแอร์

2.3. เอกสารที่ใช้เมื่อเดินทางเข้าภูฏานทางอากาศ

Bhutan overland

1. การเดินทางเข้าภูฏาน ทางบก

ภูฏานมีพรมแดนติดกับประเทศอินเดีย และจีน (ทิเบต) ปัจจุบันพรมแดนที่ติดกับจีนปิด ไม่อนุญาตให้ผ่าน

จะเปิดแต่เพียงพรมแดนฝั่งที่ติดกับประเทศอินเดีย มีอยู่ทั้งหมด 2 ด่าน คือ ด่านชายแดนเมืองพุนโชลิง ทางภาคใต้ และ ด่านชายแดนเมืองซัมดรุปจงคา ทางภาคตะวันออก

กลับสู่สารบัญ
Bhutan gate at Phuentsoling
Bhutan gate at Phuentsoling credit phto to Afifa Afrin

1.1. ด่านพุนโชลิง

ด่านชายแดนเมืองพุนโชลิง อยู่ทางภาคใต้ของภูฏาน อยู่ห่างจากเมืองพาโรหรือทิมพูราว 7 ชั่วโมง เป็นจุดที่ติดกับอินเดียที่รัฐเบงกอล เมือง Jaigon

สนามบินที่ใกล้เมืองพุนโชลิงที่สุด คือ สนามบินบักโดรกา เมืองสิริกูรี รัฐเบงกอล ประเทศอินเดีย โดยอยู่ห่างราว 3 ชั่วโมง ทางรถ

วิธีที่สะดวกที่สุดคือ ให้บินไปลงที่สนามบินบักโดรกา เมืองสิริกูรี แล้วให้เจ้าหน้าที่ทัวร์มารับ ระยะทางจากสนามบินบักโดรกาไปยังเมืองพุนโชลิง ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมงครึ่ง

หากสนใจเข้าภูฏานที่จุดนี้ ทาง Global Tour Planner ขอเสนอโปรแกรมการท่องเที่ยวแบบสองประเทศ อินเดีย-ภูฏาน โดยบินลงที่สนามบินบักโดรกา แล้วเที่ยวในรัฐสิกขิม + ดาร์จีลิ่ง แล้วเดินทางเข้าภูฏานทางด่านพุนโชลิงเพื่อเที่ยวภูฏานต่อ ขาออกสามารถเลือกบินออกจากภูฏานที่เมืองพาโร หรือ นั่งรถกลับมาที่สนามบินบักโดรกาของอินเดียก็ได้

ข้อจำกัด ไม่แนะนำให้เดินทางเส้นนี้ในช่วงที่มีฝนตกชุก ระหว่างเดือนมิถุนายน – เดือนกันยายน เพราะเส้นทางจากพุนโชลิงไปยังพาโร มักเจอปัญหาดินถล่ม

นักท่องเที่ยวต้องมีวีซ่าอินเดียด้วยหากต้องการเดินทางผ่านทางนี้

กลับสู่สารบัญ
Bhutan Samdrup Jongkhar gate
Bhutan Samdrup Jongkhar border gate photo from BBS

1.2. ด่านซัมดรุปจงคา

ด่านนี้อยู่ทางภาคตะวันออกของภูฏาน ติดกับรัฐอัสสัม

สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ สนามบินกูวาฮาติ รัฐอัสสัม ของอินเดีย อยู่ห่างประมาณ 2 ชั่วโมงทางรถ

ข้อจำกัด

สำหรับผู้ที่ใช้วีซ่าอินเดียแบบ e-Visa จะสามารถใช้เข้า/ออกอินเดียที่เมืองกูวาฮาติได้เฉพาะทางเครื่องบิน ไม่สามารถใช้กับการเดินทางเข้า/ออกทางรถ

ดังนั้นหากมีวีซ่าอินเดียแบบ e-Visa ก็จะสามารถบินจากสนามบินกูวาฮาติ ไปยังสนามบินพาโร ได้ แต่เที่ยวบินมีเพียงสัปดาห์ละ 2 เที่ยวเท่านั้น หากสนใจเข้าทางนี้ ให้สอบถามเพื่อวางแผนการเดินทางก่อนล่วงหน้า

หากต้องการเดินทางเข้า/ออก ภูฏานจากอินเดียผ่านพรมแดนเมืองกูวาฮาติ ต้องเป็นวีซ่าอินเดียติดเล่มเท่านั้น (ต้องไปยื่นขอทำวีซ่าที่ศูนย์รับทำวีซ่าอินเดียในประเทศนั้นๆ) หากท่านมีวีซ่าอินเดียแบบนี้ ก็สามารถบินลงที่สนามบินกูวาฮาติ แล้วทางทัวร์จะนำรถมารับท่านจากสนามบินแล้วเดินทางเข้าภูฏานที่ด่านซัมดรุปจงคา

การเดินทางเข้าภูฏานที่ด่านซัมดรุปจงคา เหมาะกับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวทางฝั่งตะวันออกของภูฏานเป็นหลัก แต่ก็สามารถท่องเที่ยวต่อไปยังภาคตะวันตกได้ด้วย เพราะมีสนามบินภายในประเทศที่บินระหว่าง สนามบินโยตงลา ไปยังสนามบินพาโร ได้ เป็นเครื่องบินขนาดเล็ก 30 ที่นั่ง และเที่ยวบินมีจำกัด ไม่ได้บินทุกวัน และอาจมีการยกเลิกบินในกรณีที่ฟ้าปิด

ทาง Global Tour Planner สามารถจัดทริปเที่ยวฝั่งตะวันออกของภูฏานได้หลากหลาย ถึงแม้ฝั่งนี้จะมีความเจริญน้อยกว่าทางภาคตะวันตก แต่ก็มีความสวยงาม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน

หมายเหตุ ด่านซัมดรุปจงคานี้มีแนวโน้มจะถูกปิด อันเนื่องมาจากมักมีเหตุการณ์ไม่สงบในรัฐอัสสัมของอินเดีย

กลับสู่สารบัญ

1.3. เอกสารที่ใช้เมื่อเดินทางเข้าภูฏานทางบก

  1. พาสปอร์ตตัวจริง เล่มเดียวกับที่ใช้ขอวีซ่าภูฏานเท่านั้น
  2. ใบวีซ่าภูฏาน ให้ปริ๊นเป็นกระดาษ ถ่ายสำเนาไว้หลายใบ ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ด่าน 1 ใบ และเก็บไว้กับตัว 1 ใบ เพราะต้องใช้แสดง ณ จุด check post ตลอดทาง

หากถือสัญชาติ อินเดีย บังคลาเทศ และ มัลดีฟ ก็สามารถใช้บัตรประชาชนแทนพาสปอร์ตได้ และใบวีซ่าก็จะเป็นใบ Permit แทน

กลับสู่สารบัญ
Bhutan sky view over Himalayas

2. การเดินทางเข้าภูฏาน ทางอากาศ

ภูฏานมีสนามบินนานาชาติเพียงแห่งเดียวคือ สนามบินนานาชาติพาโร นอกนั้นเป็นสนามบินภายในประเทศ

สนามบินนานาชาติพาโร ตั้งอยู่ที่เมืองพาโร ทางภาคตะวันตกของภูฏาน อยู่ห่างจากเมืองหลวงทิมพู 1 ชั่วโมงครึ่งทางรถ

ปัจจุบันมี 2 สายการบินที่ทำการบินพาณิชย์ คือ สายการบินดรุกแอร์ และสายการบินภูฏานแอร์ไลน์

ใช้เวลาบินจากกรุงเทพฯกี่ชั่วโมง

หากเป็นเที่ยวบินตรง จะใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมง หากเป็นเที่ยวบินแวะ ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง

สนามบินนานาชาติพาโร ติดอันดับสนามบินที่หวาดเสียวที่สุดในโลก เพราะมีรันเวย์ที่สั้นเพียง 2 ก.ม. ทำให้ต้องใช้เครื่องบิน A380 เป็นหลัก จุผู้โดยสารประมาณ 200 คนต่อเที่ยว และนักบินจะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างดี ทำให้มีนักบินที่ได้ใบอนุญาตนำเครื่องขึ้นลงที่สนามบินนี้ไม่เกิน 10 คน

สิ่งที่ประทับใจกับการบินเข้าภูฏาน อันดับหนึ่งเลยคือ วิว วิวเมื่อเข้าเขตภูฏาน จะเพลิดเพลินกับวิวทิวเขา ยอดเขา ไปตลอดทางจน Landing หากในวันฟ้าใส ระหว่างทางก่อนเข้าภูฏานท่านจะได้เห็นวิวยอดเขาสูงระดับโลก มาดูกันว่าเส้นไหนเห็นยอดเขาสูงอะไรยังไงบ้าง

– หากบินเส้นทาง กาฐมัณฑุ – พาโร เป็นเส้นทางที่จะได้เห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (สูงที่สุดของโลก) ได้สวยที่สุดของเส้นทางบินเข้าภูฏานทั้งหมด

– สำหรับเส้นทาง กัลกัตตา – พาโร, บักโดรกา – พาโร จะได้เห็นวิวยอดเขาคังเจงจุงก้า (อันดับสามของโลก) และยอดเขาเอเวอร์เรสต์

ทั้งสองสายการบินมีเที่ยวบินเข้าภูฏานจากเมืองใดบ้าง

กลับสู่สารบัญ
Bhutan Airlines at Paro Airport

2.1. สายการบินภูฏานแอร์ไลน์

  • เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ปกติวันละ 1 เที่ยวทุกวัน (ในช่วงไฮซีซั่น อาจมีไฟล์ทเสริมบ้าง เป็นกรณีพิเศษ) โดยจะมีเส้นทางบิน กรุงเทพฯ – กัลกัตตา – พาโร ทั้งขาไปและกลับ

เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินสุวรรณภูมิ แวะจอดรับ/ส่งผู้โดยสารที่สนามบินกัลกัตตา ประเทศอินเดีย โดยจอด 30 นาที รวม landing/take off ก็ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ผู้โดยสารที่ไม่ลงกัลกัตตาไม่ต้องลงจากเครื่อง

ลูกเรือจะทำการแจกอาหารว่างช่วงแรก กรุงเทพฯ – กัลกัตตา และเสริฟอาหารหนัก ช่วง กัลกัตตา – พาโร

ไฮไลท์ของเส้นทางนี้คือ หลังจากที่เครื่อง take off จากกัลกัตตา 10 นาที ในวันฟ้าใส นักบินกัปตันก็จะเริ่มประกาศว่า เห็นยอดเขาคังเจงจุงก้า ที่สูงเป็นอันดับสามของโลก และตั้งแต่นั้นท่านก็ไม่สามารถละสายตาจากหน้าต่าง เพราะวิวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นทิวเขาสีเขียวๆไปตลอดทาง เพราะนั้นเป็นตัวบอกว่า เข้าสู่เขตน่านฟ้าภูฏานแล้ว ความสวยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจน landing จะเห็นป้อมรินปุง

  • เที่ยวบินจากเนปาล – กาฐมัณฑุ – พาโร เส้นทางนี้มีความสวยงามมาก เป็นเส้นทางที่ได้เห็นยอดเขาเวอร์เรสต์ที่ดีที่สุดในบรรดาทุกเส้นทางบินเข้าภูฏาน
  • ในช่วงเดือนตุลาคม – มกราคม สายการบินภูฏานแอร์ไลน์จะเปิดเส้นทางบินเพิ่ม คือ กรุงเทพฯ – กายา – พาโร
กลับสู่สารบัญ
Drukair Airplane at Paro Airport

2.2. สายการบินดรุกแอร์

เป็นสายการบินแห่งชาติภูฏาน

สายการบินนี้จะมีเส้นทางบินจากหลากหลายเมือง

(1) เที่ยวบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สู่เมืองพาโร มีบินทุกวัน บางวันในช่วงไฮซีซั่น อาจมีการเสริมไฟล์ทบินได้ โดยแต่ละวันบินผ่านเมืองต่างๆตามเส้นทางบินดังต่อไปนี้

    1. กรุงเทพฯ – พาโร บินตรง
    2. กรุงเทพฯ – ดักก้า บังคลาเทศ – พาโร
    3. กรุงเทพฯ – บักโดรก้า อินเดีย – พาโร เส้นทางนี้มีโอกาสได้เห็นยอดเขาคังเจงจุงก้า และยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในวันฟ้าใสด้วย
    4. กรุงเทพฯ – กูวาฮาตี อินเดีย – พาโร
    5. กรุงเทพฯ – กายา – พาโร (เส้นทางนี้เปิดเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ หรือ มีนาคม)

(2) เที่ยวบินจากสิงคโปร์ สู่เมืองพาโร ไม่ได้บินทุกวัน

(3) เที่ยวบินตรงจากอินเดีย เส้นทาง เดลี – พาโร มีบินทุกวัน

(4) เที่ยวบินตรงจากเนปาล เส้นทาง กาฐมัณฑุ – พาโร มีบินทุกวัน เป็นเส้นทางบินที่สวยที่สุดของเส้นทางบินเข้าภูฏานทั้งหมด เพราะสามารถมองเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสต์ได้ใกล้กว่าเส้นทางอื่นๆ

สายการบินดรุกแอร์มีแผนการเปิดเส้นทางบินเพิ่มในอีกหลายเส้นทาง

กลับสู่สารบัญ

2.3. เอกสารที่ใช้เมื่อเดินทางเข้าภูฏานทางอากาศ

– ตั๋วเครื่องบิน e-Ticket

– ใบวีซ่าภูฏาน ให้ปริ๊นออกมา และแสดง ณ เคาน์เตอร์เช็คอิน หากไม่มีจะไม่สามารถเช็คอินได้

– พาสปอร์ต เล่มเดียวกับที่ใช้ขอวีซ่าภูฏานเท่านั้น

กลับสู่สารบัญ

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่จะเข้าภูฏาน ทุกคนต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้า และต้องติดต่อผ่านทางบริษัทท่องเที่ยวเท่านั้น ไม่สามารถไปขอวีซ่าด้วยตัวเอง

อ่านวีธีการขอวีซ่าออนไลน์ได้ที่บทความนี้

วิธีการขอวีซ่าภูฏาน

อ่านเพิ่มเติม: ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับภูฏาน

โปรแกรมทัวร์ภูฏานทั้งหมด

โปรแกรมทัวร์อื่นๆที่ท่านอาจสนใจ

error: Content is protected !!