fbpx
+66866677011 globaltourplanner@gmail.com

Login

Sign Up

After creating an account, you'll be able to track your payment status, track the confirmation and you can also rate the tour after you finished the tour.
Username*
Password*
Confirm Password*
First Name*
Last Name*
Email*
Phone*
Country*
* Creating an account means you're okay with our Terms of Service and Privacy Statement.

Already a member?

Login
+66866677011 globaltourplanner@gmail.com

Login

Sign Up

After creating an account, you'll be able to track your payment status, track the confirmation and you can also rate the tour after you finished the tour.
Username*
Password*
Confirm Password*
First Name*
Last Name*
Email*
Phone*
Country*
* Creating an account means you're okay with our Terms of Service and Privacy Statement.

Already a member?

Login

 

Rajasthan
Rajasthan

ดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมคลิ๊ก แกรนด์ราชาสถาน+อักรา ทัชมาฮาล 12 วัน (TG) สี่ดาว ย่อ

เดินทาง 2 – 14 ธันวาคม 2558 (ลางาน 5 วัน)

วันแรก  สุวรรณภูมิ

21:00   คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำการเช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG331 BKK (23:25) – DELHI (02:15)

23:25   เครื่องบินเหินฟ้าสู่กรุงเดลลี ปรเทศอินเดีย (เสริฟอาหารบนเครื่องบิน)

วันที่สอง  เดลลี – มันดาวา (B/L/D)

02:15   เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองเดลี (เวลาอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นพบกับเจ้าหน้าที่ที่มารอรับที่สนามบิน

พาท่านเดินทางไปยังเมืองมันดาวา (250km/6hrs)  เป็นเมืองเล็กๆบนเส้นทางการค้าสายโบราณที่เชื่อม ต่อกับเปอร์เชีย ชมฮาเวลี หรือ คฤหาสถ์ของเหล่าพ่อค้าคหบดีในสมัยโบราณที่ถูกแปรสภาพมาเป็นพิพิธภัณฑ์ และโรงแรม บ้างก็เปิดให้เข้าชมฟรี บ้างก็อยู่ในระหว่างปรับปรุง คฤหาสถ์นี้เรียกว่า ฮาเวลี มีความงดงามทั้งภายนอกและภายในตัวอาคาร ที่เมืองนี้จะเน้นใช้เซรามิคในการบรรจงประดิษฐ์ให้เป็นลวดลายต่างๆ พาท่านเดินเที่ยวรอบเมืองพร้อมชมฮาเวลีต่างๆ ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อาหาร: เช้า/เที่ยง/เย็น รับประทานอาหารในภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองมันดาวา

วันที่สาม  มันดาวา – บิกาเนอร์ (B/L/D)

เช้า หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์

พาท่านเดินทางต่อไปยังเมืองบิคาเน่ (210km/5hrs)ระหว่างทางพาท่านแวะ ฟาเตปูร์ เสขาวาตี ( Fatehpur Shekhawati ) เป็นเขตที่อยู่ของคฤหาสถ์ของพ่อค้าวานิชในสมัยโบราณบนเส้นทางการค้าระหว่างอินเดียและเอเชียกลาง รวมไปถึงเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหม ต่อมาถูกทิ้งร้างไว้ แต่ในวันนี้ลูกหลานเริ่มกลับมาบูรณะคฤหาสถ์เหล่านี้ เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม คฤหาสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบเฟรสโก้ วาดลวดลายต่างๆทั้งภายในและภายนอกอาคาร

เดินทางต่อจนถึงเมืองบิคาเน่

เมื่อถึงเมือบิคาเน่ พาท่านเข้าชมป้อมสีแดงแห่งบิคาเน่ หรือ ป้อมจูนนาการ์ (Junagarh Fort) เป็นวังมหาราชาที่สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1588 โดยราชปุต Rao Bika เป็นป้อมไม่กี่แห่งในราชสถานที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนยอดเขา ภายในป้อมแบ่งเป็นหลายส่วน เช่น ท้องพระโรง (Karan Mahal) โดดเด่นด้วยแก้ว และกระจก,   ตำหนักบุปผา ( Phool Mahal) เป็นส่วนที่เก่าที่สุดของวัง, ตำหนักอานุป (Anup Mahal) ออกแบบให้มีหลายชั้น ใช้เป็นที่ว่าราชการหลัก เพดานไม้ประดับด้วยกระจก กระเบื้องอิตาเลี่ยน ได้ชื่อว่าเป็นห้องที่ดูยิ่งใหญ่ที่สุด,  ตำหนักจันทรา (Chandra Mahal) เป็นห้องที่หรูที่สุดในวังเพราะห้องถูกประดับประดาด้วยอัญมณีต่างๆ เป็นต้น

มีประตูสำคัญอยู่ 2 ประตูหลักๆ คือ ประตูแรก ประตูสุริยา (Suraj Pol) ประตูถัดไปชื่อว่า Daulat Pol มีลายพิมพ์มือของผู้หญิง 24 คนที่ผ่านการทำพิธี “สตี” (Sati – Self-sacrifice) คือการตายตามสามีที่เสียชีวิตระหว่างการสู้รบเพื่อปกป้องป้อมแห่งนี้

จากนั้นนำท่านชมพระราชวังลาลการ์ (Lalgarh Palace) เป็นพระราชวังของมหาราชาแห่งบิกาเน่ Sir Ganga Singh ใช้เวลาสร้างถึง 24ปี (ปี 1902 – 1926) เหตุผลที่สร้างเพราะวังที่ประทับเดิมที่ Junagarh Fort นั้นคับแคบไปแล้ว พระราชวังนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ ผสมผสานของสถาปัตยกรรมแบบมุสลิมโมกุล แบบวิกตอเรียของอังกฤษ โกธิคแบบยุโรป และแบบโรมันโบราณจากชาวอารเบียที่อยู่ในทะเลทราย เป็นการผสมผสานที่ลงตัว สวยงามมาก ปัจจุบันส่วนหนึ่งของพระราชวังปรับเปลี่ยนมาเป็นโรงแรมสไตล์ย้อนยุคสุดหรู และบางส่วนปรับเป็นพิพิธภัณฑ์

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองบิกาเน่

 

วันที่สี่ บิกาเน่ – จัยซัลแมร์ (B/L/D)

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์ จากนั้นพาท่านเดินทางไปยัง ป้อมโพคารัน ( Pokharan Fort) อยู่ห่างจากจัยซัลเมอร์ราว 2-3 กม.ตั้งอยู่ระหว่างสามเมืองคือ จัยซัลแมร์ จ๊อดปูร์ และ บิกาเน่ ล้อมรอบด้วยเขตทะเลทรายธาร์ ป้อมนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 ราว (700 ปีก่อน) โดยป้อมนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบราชปุต ผสมโมกุล  ปัจจุบันได้กันส่วนหนึ่งของป้อมมาเป็นพิพิธภัณฑ์ และโรงแรมสุดหรู

ถึงเมืองจัยซัลแมร์ เช็คอินเข้าที่พัก

พาท่านเดินทางไปยังทะเลทรายแซม ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไป 42 กม. เพื่อขี่อูฐไปชมพระอาทิตย์ตกดิน

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองจัยซัลแมร์

 

วันที่ห้า จัยซัลแมร์ – แซม – จัยซัลแมร์ (B/L/D)

หลังอาหารเช้าที่โรงแรม พาท่านไปเที่ยวชม ทะเลสาบกาดซิซาร์ (Gadissar Lake) ทะเลสาบที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บน้ำท่ามกลางทะเลทราย สร้างในปีค.ศ. 1156 ล้อมรอบด้วยวัด และศาลเจ้ามากมาย  ช่วงแสงเช้าทำให้มุมประตูโค้ง ฉากหลังเป็นทะเลสาบดูสวยงามมาก

จากนั้นเดินทางไปเที่ยวชม ป้อมจัยซัลแมร์ ป้อมปราการขนาดใหญ่ สร้างโดย Bhatti Rajput Rule Rawal Jaisal ในปีค.ศ. 1156 บนเขาทิตรีกูฎ ภายในมีบ้านพักของชาวบ้านที่พำนักมานานหลายร้อยปี แบ่งเป็นวรรณะพรามณ์ และวรรณะอื่นๆ ปัจจุบันเป็นที่อาศัยของประชาชนกว่าห้าพันคน เป็นป้อมปราการโบราณที่ยังมีชีวิต

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองจัยซัลแมร์

วันที่หก จัยซัลแมร์ – จ๊อดปูร์ หรือ โยธะปุระ(B/L/D)

หลังรับประทานอาหารที่โรงแรมที่พัก เช็คเอ๊าท์

นำท่านเดินทางไปสู่เมืองจ๊อดปูร์ (230km/5hr)

เมืองจ๊อดปูร์ หรือ เมืองโยธะปุระ เมืองนี้ใหญ่เป็นอันดับสองของรัฐราชาสถาน เป็นประตูสู่ทะเลทรายธาร์ มีอายุราว 556 ปี (พ.ศ. 2002 – 2558) โดย มหาราชา ราโอ จ๊อดธะ ( Maharaja Rao Jodha) ราชปุตสายราธอร์ แห่งอาณาจักรมาร์วาร์ จ๊อดปูร์ยังถูกขนานนามว่าเมืองสีฟ้า เพราะมีกลุ่มของบ้านเรือนซึ่งทาสีฟ้า เดิมทีเป็นชุมชนของพวกพราหมณ์ที่ต้องการทาสีฟ้าเพื่อให้แตกต่างจากวรรณะอื่น เรียกชุมชนเดิมนั้นว่า พราหมณ์ปุริ (Brhampuri)  ทำให้เป็นจุดเด่นของเมือง แต่ในภายหลังชาวบ้านทั่วไปก็เลียนแบบจนปัจจุบันไม่สามารถแยกออกได้ และบ้างก็อ้างว่าเพราะต้องการจะไล่แมลง จึงใช้สีผสมสารที่กันแมลงซึ่งเป็นสีฟ้ามาทาบ้าน

พาท่านชมป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort) ป้อมนี้เป็น 1 ใน 4 พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีความยาวข้ามเขาถึง 125 ลูก ภายในมีพระราชวังที่สวยงามและใหญ่ที่สุด เป็นจุดชมวิวเมืองสีฟ้าที่ดีที่สุด สร้างอยู่บนเขาสูง 122 เมตร ภายในประดับตกแต่งด้วยแก้วหลากสี แบ่งเป็นห้องขนาดใหญ่หลายห้อง เช่น ตำหนัก Moti Mahal หรือ พระตำหนักไข่มุก จุดเด่นอยู่ที่การนำเปลือกหอยมุกมาบด ก่อนนำไปผสมปูนแล้วฉาบลงบนผนังห้อง ทำให้เวลาค่ำคืน เมื่อจุดเทียนแล้วผนังห้องจะดูแวววาว มีประตูโลหะโปล (Loha Pol) เป็นประตูสุดท้ายก่อนเข้าไปยังส่วนของตัวป้อม ด้านซ้ายที่กำแพงหลังประตูมีรอยพิมพ์มือแปะอยู่มากมาย เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำของเหตุการณ์ในปี 1843 ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีณาปณกิจพระศพมหาราชา มาน สิงห์ (Maharaja Man Singh) เหล่าสนมของพระองค์กว่า 60 คน ก็กระโดดเข้ากองไฟตายตามพระสวามีในทันที ถือเป็นการทำพิธีสาติ (Sati) หมู่ครั้งสุดท้ายของอาณาจักรมาร์วาร์ เพราะหลังจากอังกฤษเข้าปกครองประเพณีนี้ก็ถูกสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

พิพิธภัณฑ์ในป้อมนี้ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในราชาสถาน โดยจัดแสดงอาวุธ เครื่องแต่งกาย ภาพวาด และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆของวงศ์วานเชื้อสายราธอร์ ผู้ปกครองอาณาจักรมาร์วาร์

พาท่านเดินเล่นช้อปปิ้งในตลาดท้องถิ่นย่าน Sardar Market สินค้าไฮไลท์ของที่นี่คือ ผ้าส่าหรี, รองเท้าแบบชาวราชปุต, งานหัตถศิลป์ประเภทงานไม้ของที่นี่ขึ้นชื่อมาก, เครื่องเทศและใบชา ซึ่งมีหลากหลายรสมาก แถมยังเลือกผสมเองได้ด้วย ราคาประมาณ 100-150 รูปีสำหรับเครื่องเทศขนาดบรรจุ 200g และ ประมาณ 100-150 รูปีสำหรับชาขนาดบรรจุ 150g, สิ่งทอ เช่นพวกผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ เป็นต้น ราคามีตั้งแต่ 50รูปี ไปจนถึง 3,000รูปีขึ้นอยู่กับชนิดของผ้า และลวดลาย

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวในเมืองจ๊อตปูร์

วันที่เจ็ด จอร์ชปูร์ – รานัคปูร์ – อุไดปูร์ (B/L/D)

หลังอาหารเช้า เช็คอ๊าท์

พาท่านเที่ยวชม ชาสวานต์ ทาดา( Jaswant Thada)  สุสานกลางทะเลทราย ก่อสร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ฉลุลายบนหินอ่อนอย่างปราณีตบรรจงแบบราชปุต  หินอ่อนมีความบางมาก ทำให้เมื่อต้องแสงจะเรืองแสงและดูอ่อนโยน ยอดโดมเหลี่ยมและทรงหัวหอมสไตล์โมกุล เป็นที่ฝังพระศพของมหาราชา Jaswant Singh จาก Jaswant Thada เราสามารถมองเห็นภาพมุมกว้างของป้อมเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort ) ได้อย่างชัดเจน

พาท่านเดินทางสู่หมู่บ้านรานัคปูร์ (อยู่ห่างจากจ๊อดปูร์162 km และห่างจากอุไดร์ปูร์ 91km) อยู่ในหุบเขาทางด้านตะวันตกของเทือกเขาอราวลี (Aravalli Range) ที่นี่มีวัดเชนที่มีชื่อเสียงมาก สร้างโดยคหบดี Dharma Shah เมื่อราวศตวรรษที่ 15 หรือราว 500กว่าปีก่อน

ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 10 ปี สร้างด้วยหินอ่อนเกรดดี เกรดเดียวกับที่ใช้สร้างทัชมาฮาล

ภายในประกอบด้วยโถงกว้างกว่า 24 ห้อง โดมทั้งหมด 80 โดม และเสาจำนวนถึง 1,444 ต้น โดยเสาแต่ละต้นจะถูกแกะสลักอย่างงดงาม แกะสลักเป็นรูปเทพ และนางรำ ไม่ซ้ำแบบกัน

ตัวโบสถ์ที่ประดิษฐานองค์พระอตินาถ มีประตุทางเข้าสี่ด้าน  ทั้งสี่ด้านสามารถมองเห็นพระพักต์ขององค์พระอตินาถ

จากนั้นก็เดินทางต่อไปยังเมืองอุไดปูร์ (91km) เมืองอุไดปูร์ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลสาบ

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวในเมืองอุไดปูร์

วันที่แปด – อุไดปูร์ (B/L/D)

เมืองอุไดปูร์ เมืองริมทะเลสาบแห่งแคว้นราชสถาน (Rajastan) ที่ถูกเปรียบเปรยให้เป็น “เวนิสแห่งโลกตะวันออก”ได้ รับการการันตีว่าเป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของโลก ประจำปี 2009 จากผลสำรวจของนิตยสารทราเวล & เลเชอร์ เคยเป็นราชธานีแห่งที่สองและแห่งสุดท้ายของอาณาจักรเมวาร์ (Mewar) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1559 โดยมหาราชา Udai Singh ที่ 2

พาท่านเที่ยวชม ซิตี้พาเลซ (City Palace) แห่งอุไดปุร์ หรือ พระราชวังฤดูหนาว ซึ่งส่วนหนึ่งมีการดัดแปลงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตและหินอ่อน ภายในประดับประดาด้วยกระจกและแก้วหลากสี นับเป็นพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นราชาสถาน ปัจจุบันบางส่วนยังคงเป็นที่ประทับของราชตระกูล และมีการจัดแสดงวัตถุโบราณที่มีค่ามากมายให้ผู้คนเข้าชม โดยพื้นที่ภายในพระราชวังแห่งนี้ ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกที่ติดกับทางเข้าทั้งแถบ เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนที่สองเป็นที่พักของมหารานาคนปัจจุบันและครอบครัว และส่วนสุดท้าย เปิดเป็นโรงแรม ฟาเตห์ปรากาชพาเลซ (Fateh Prakash Palace Hotel) และโรงแรมซิฟนิวาสพาเลซ (Shiv Niwas Palace Hotel)

จากนั้นพาท่านล่องเรือชมความงามโดยรอบของทะเลสาบพิโชลา ซึ่งมีพระราชวังล้อมรอบ และ มีเกาะอยู่ 2 เกาะ คือ เกาะ Jag Mandir  และ เกาะที่ตั้งพระราชวังกลางน้ำที่เดิมชื่อว่าจักรนิวาศน์ (Jag Niwas) สร้างโดย Maharana Jagat Singh II เมื่อปี ค.ศ. 1743 ใข้เป็นพระราชวังฤดูร้อน แต่ปัจจุบันเป็นโรงแรม 5 ดาว Taj Lake Palace มีห้องพักอยู่ทั้งสิ้น 83 ห้อง โรงแรมแห่งนี้และบริเวณทะเลสาบพิโชลาเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง James Bond ตอน Octopussy (พยัคฆ์ร้าย 007 ตอน เพชฌฆาตปลาหมึกยักษ์) เมื่อปี ค.ศ. 1983 (พ.ศ. 2526)

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองอุไดปูร์

วันที่เก้า – อุไดปูร์ – พุชคาร์ (B/L/D)

หลังอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เช็คเอ๊าท์

จากนั้นพาท่านเดินทางไปสู่เมือง จิตตอร์ (Chittor) หรือจิตตอร์ครห์ (Chittorgarh) เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรเมวาร์ของเหล่าราชปุต (ศตวรรษที่ 7 – 16) ก่อนที่จะย้ายราชธานีไปยังเมืองอุไดปูร์

พาท่านเที่ยวชมป้อมจิตตอร์การห์ (Chittorgarh Fort) เป็นป้อมที่ใหญ่ที่สุดป้อมหนึ่งของอินเดีย และใหญ่ที่สุดในราชาสถาน เป็นมรดกโลก อยู่เหนือเนินเขาสูง 180 เมตร ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมริยะ หรือ เมารยะ (Maurya) ข้างในมี 4 ปราสาทพระราชวัง,พิพิธภัณฑ์, 4 หอคอย, 19 วัดหลักๆ และ 20 แหล่งเก็บน้ำที่ยังใช้งานได้

เนินเขานี้สามารถเก็บกักน้ำไว้เพื่อใช้ตามความจำเป็น เชื่อมต่อมาจากแม่น้ำ Berach ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของราชสถาน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่สวยเกินบรรยาย เห็นว่า Batman ในภาคสุดท้าย the Dark Knight Rises ก็มีฉากจากสถานที่แห่งนี้

จากนั้นพาท่านเดินทางสู่เมืองพุชการ์ ระยะทาง 240 กม. 5 ชั่วโมง

ถึงเมืองพุชการ์ เป็นเมืองที่เก่าที่สุดของอินเดีย  ตามตำนานบอกว่า ทะเลสาบพุชการ์เกิดจากน้ำตาของพระศิวะ ที่ทรงร้องไห้อย่างหนักเมื่อพระชายา พระนาง Sati สิ้นพระชนม์ลง น้ำตาของพระศิวะก่อให้เกิดสระน้ำขึ้นมาสองแห่ง หนึ่งในนั้นคือทะเลสาบเมืองพุชการ์นี่เอง ที่นี่มีวัดของพระพรหม ซึ่งมีอยู่ไม่กี่แห่งในโลก พาท่านเดินเที่ยวรอบ ทะเลสาบพุชการ์ ซึ่งเป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ รอบๆทะเลสาบจะมีชาวฮินดูมาทำพิธีชำระบาป และพิธีอื่นๆอยู่ทั่วไป ห้ามสวมรองเท้าเดินในบริเวณโดยรอบทะเลสาบ และไม่ควรถ่ายภาพของชาวฮินดูที่กำลังลงอาบน้ำในทะเลสาบตามความเชื่อตามพิธีกรรม

ด้านหลังสระน้ำมีตลาดขายของที่ระลึกอยู่ด้วย

เดือนพฤศจิการยนของทุกปี จะมีเทศกาลค้าอูฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ เมืองพุชการ์นี้

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองพุชการ์

วันที่สิบ – พุชการ์ – จัยปูร์(ชัยปุระ) (B/L/D)

หลังอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม เช็คเอ๊าท์

นำท่านเดินทางสู่ เมืองจัยปูร์ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง  สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1727 โดยท่านมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ ที่ 2 (Sawei Jai Singh II) เป็นเมืองที่ออกแบบวางผังเมืองได้สวยงาม

เมืองนี้ได้ชื่อว่า นครสีชมพู เพราะในปีค.ศ. 1876 ในรัชสมัยของมหาราชาสวาอี ราม สิงห์ (Sawai Ram Singh) ได้มีพระบัญชาให้ทาสีอาคารบ้านเรือนต่างๆในเมืองเป็นสีชมพูเพื่อเป็นการต้อนรับเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เจ้าชายแห่งเวลส์ในคราที่เสด็จเยือนชัยปุระอย่างเป็นทางการ ซึ่งสีชมพูนั้นก็ยังคงไว้จนถึงปัจจุบันและได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของชัยปุระจนทุกวันนี้

พาท่านชม ซิตี้พาเลซ – City Palace ซึ่งมีพื้นที่คลอบคลุม 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง ตอนเริ่มก่อสร้างพระราชวัง ยังอยู่ในช่วงที่ราชวงศ์โมกุลเข้ามามีอิทธิพลต่อรัฐราชสถานแล้ว สถาปัตยกรรมจึงมีการออกแบบอย่างผสมผสานระหว่างแบบราชปุตกับโมกุล นอกจากนี้การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอาคารอย่างลงตัว ไม่แน่นทึบ และมีทางเดินกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นความน่าสนใจแห่งหนึ่งจากพระราชวังแห่งนี้ปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของพระราชาแห่งเมืองจัยปูร์    ทางเข้าซิตี้พาเลซ มีหอดูดาว จันทราแมนทาร์ (Jantar Mantar) ซึ่งเป็นหอดูดาวที่ใหญ่และค่อนข้างสมบูรณ์ที่สุด นาฬิกาแดด สูงถึง 28 เมตร จากนั้นพาท่านเดินชมตลาดย่านขายของที่ระลึก

ในบริเวณตลาด มีพระตำหนัก ฮาวา มาฮาล แปลว่า “พระราชวังแห่งสายลม”  เป็นหนึ่งในตำหนักสำคัญของซิตี้พาเลส สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏของพระนารายณ์ โดยมีความโดดเด่นที่บริเวณด้านหน้าบันทาสีชมพูสวยงามมีความสูงห้าชั้นและมีลักษณะซ้อนกันคล้ายรังผึ้งประกอบไปด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน จนเป็นที่มาของชื่อว่า “พระราชวังแห่งสายลม” โดยลายฉลุนั้นมีไว้เพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอกนั่นเอง

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมระดับ 4 ดาวในเมืองจัยปูร์

วันที่สิบเอ็ด  จัยปูร์ (ชัยปุระ) – อักรา (B/L/D)

หลังอาหารเช้าที่โรแรม เช็คเอ๊าท์ เดินทางสู่เมืองแอมแมร์ ระยะทาง 11 กม.

พาท่านชม ป้อมแอมแมร์ (Amer Fort) หรือ ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ตั้งอยู่ที่เมืองแอมแมร์ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย (เป็นเมืองเล็กๆที่มีขนาดเพียง 4 กม²  ตัวป้อมตั้งโดดเด่นอยู่บนผาหิน สร้างโดยมหาราชามาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุต สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกลเนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจนบริเวณด้านหน้า แวดล้อมด้วยชุมชนของเขตเมืองเก่า ท่านจะได้ขี่ช้างขึ้นไปยังป้อม ราวกับมหาราชา มหาราณีในสมัยโบราณ

จากนั้นพาท่านเดินทางไปยัง นครฟเตหปุระสีกรี (Fatehpur Sikri) เป็นเมืองหนึ่งในเขตอำเภออักรา รัฐอุตตรประเทศ ก่อตั้งในปีค.ศ. 1569 โดยสมเด็กพระจักรพรรดิอักบาร์ และยังใช้เป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิโมกุลระหว่างปี ค.ศ. 1571 – 1585 ถูกทิ้งร้างในปี ค.ศ. 1585 ภายหลังจากการเสร็จสิ้นเพียงไม่กี่ปีเนื่องจากการขาดแคลนแหล่งน้ำ และที่ตั้งของเมืองเกิดเหตุการณ์ไม่สงบบ่อย ๆ ดังนั้นจึงให้ย้ายเมืองหลวงไปยังลาฮอร์แทน ก่อนจะย้ายกลับไปยังอักราในปี ค.ศ. 1598 พระองค์มิได้ย้ายกลับมาประทับที่นครแห่งนี้อีกเลย ยกเว้นเพียงช่วงสั้น ๆ ในปี ค.ศ. 1601 เท่านั้น

ต่อมาได้มีการชุบชีวิตให้กับฟเตหปุระสีกรีอีกครั้งหนึ่งเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ในรัชสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิมูฮัมมัดชาห์ (ครองราชย์ ค.ศ. 1719 – ค.ศ.1748) ในปัจจุบันพระราชวังและบริเวณสถานที่แห่งนี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีเยี่ยม โดยรอบนอกของบริเวณเป็นเมืองใหม่ ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของแถบนี้เคยเป็นที่รู้จักด้านงานหิน และแกะสลักหิน และในช่วงของจักรพรรดิอักบาร์นั้นยังมีชื่อเสียงด้านการทอผ้าไหมอีกด้วย

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: โรงแรมในเมืองอักรา

วันที่สิบสอง  อักรา – เดลลี – ส่งสนามบิน (B/L/D)

หลังจากรับประทานอาหารที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์

นำท่านชมทัชมาฮาล อนุสรณ์สถานแห่งความ            รักอันยิ่งใหญ่ของมหาราชาซาจาร์ฮาลที่มีต่อนางอันเป็นที่รักยิ่งมหารานีมุมตัส มาฮาล ตัวทัชมาฮาลสร้างจากหินอ่อนสีขาวแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์นิรันดร์ตลอดกาลและหินทรายสีแดงแสดงถึงความรักที่มั่นคงต่อพระนางเพียงผู้เดียว ตัวทัชมาฮาล ประดับประดาด้วยรัตนชาตินานา       ชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี ชมวิวแม่น้ำยมุนาที่ไหลผ่านด้านหลัง และชมสถานที่จะสร้างแบล็คมาฮาล ที่สร้างแต่ยังไม่เสร็จ ให้เป็นคู่กันกับทัชมาฮาล

พาท่านชมป้อมอักรา ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา สร้างในปี 1564 ตามบัญชาของพระเจ้าอักบาร์ กำแพงป้อมสร้างจากหินทราย มีตำหนักต่างๆ ถึง 500 หลัง เป็นศิลปะแบบเบงกาลีและคุชราตี ปัจจุบันเหลืออยู่หลังเดียว คือ ชาหังคีรีมาฮาล เป็นที่ประทับของชายาฮินดูของพระเจ้าอักบาร์ ลักษณะสถาปัตยกรรมจึงเป็นแบบอินเดียแท้ ครั้นถึงสมัยพระเจ้าชาห์ จะ ฮาน ทรงมีบัญชาให้รื้อถอนตำหนักอื่นๆลงทั้งหมด เพื่อสร้างวังที่ประทับใหม่ ลักษณะเป็นศิลปะแบบฮินดูผสมกับอิสลาม รวมถึงหอแปดเหลี่ยม มุสซามานบูรช์ ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ซึ่งชาห์ จะ ฮาน ถูกคุมขังเอาไว้ และเฝ้ามองทัชมาฮาลไปจวบจนลม  หายใจสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ

จากนั้นเดินทางกลับสู่กรุงเดลี รับประทานอาหารเย็น

สมควรแก่เวลา พาท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เพื่อรอเช็คอิน

21:00   เช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 316 Delhi (0015) – Bangkok (0540)

อาหาร เช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม /เที่ยง และ เย็น รับประทานที่ภัตตาคาร

ที่พัก: ไม่มี

 

วันที่สิบสาม เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

00:15   เครื่องเหินฟ้าออกจากสนามบินกรุงเดลี (เสริฟอาหารบนเครื่องบิน)

05:40   เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

***************************************************

** โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสมโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วง หน้า**

 

อัตราค่าบริการ (ราคาต่อท่าน)

ขนาดกรุ๊ป

ราคาไม่รวมตั๋วเครื่องบิน

พักโรงแรมสี่ดาว

4-5 คน

61,000 บาท

6-7 คน

52,500 บาท

8 คนขึ้นไป

49,500 บาท

10 คนขึ้นไป

47,500 บาท

พักเดี่ยวเพิ่ม

12,500 บาท

 

อัตรานี้รวม

 

– วีซ่าอินเดียสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทย

– หัวหน้าทัวร์ไทย

– โรงแรมที่พัก ห้องละ 2-3 ท่าน

– อาหารทุกมื้อ

– รถปรับอากาศตลอดทริป

– ไกด์ท้องถิ่นพูดภาษาอังกฤษ

– ค่าเข้าสถานที่ตามที่ระบุในโปรแกรม (สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตไทย)

– ค่าขี่ช้างที่ป้อมแอมเบอร์ในชัยปุระ

– ค่าขี่อูฐที่จัยซัลแมร์

– ค่าล่องเรือทะเลสาบพิโชลา เมืองอุไดปูร์

– เจ้าหน้าที่รับ/ส่ง สนามบิน

– น้ำดื่มวันละ 1 ขวดต่อวันต่อคน

– ค่าประกันการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

– ค่าตั๋วเครื่องบินใดๆ

– ค่าทำหนังสือเดินทาง / ต่อหน้าเล่มหนังสือเดินทาง

– ค่าทำใบอนุญาตกลับเข้าประเทศของคนต่างชาติ หรือ คนต่างด้าว

– ค่าใช้จ่ายส่วนตัว นอกเหนือจากโปรแกรม เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่ามินิบาร์ เป็นต้น

– ค่าอาหารและเครื่องดื่ม นอกเหนือจากที่บริษัทจัดให้

– ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด

– ค่าประกันอุบัติเหตุ และ ความเสียหายอันเนื่องมาจากความล่าช้าของสายการบิน ฯลฯ

– ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ

– ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง / ชำระเงิน

– ในกรณีที่ท่านซื้อตั๋วเครื่องบินเอง วางชำระมัดจำท่านละ 10,000 บาท

– ในกรณีต้องการให้ Global Tour Planner ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ ให้วางมัดจำท่านละ 27,000บาท (ค่าตั๋วเครื่องบินคิดตามจริง) พร้อมส่งหน้าพาสปอร์ตมาทางอีเมล์ globaltourplanner@gmail.com

– ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน มิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ

– นัดรับเอกสารทำวีซ่า และ นัดทำวีซ่าหลังจากวางมัดจำแล้ว

รายละเอียดเลขที่บัญชี Global Tour Planner

ธนาคาร

สาขา

ชื่อบัญชี

เลขที่บัญชี

บัญชีประเภท

ธ.กสิกรไทย

สำนักพหลโยธิน

น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์

799-2-27888-3

ออมทรัพย์

ธ.ไทยพาณิชย์

พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์

388-221482-3

ออมทรัพย์

ธ.กรุงเทพ

ถนนงามวงศ์วาน

น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์

917-0-03949-0

ออมทรัพย์

ธ.ทหารไทย

งามวงศ์วาน

น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์

026-2-72630-0

ออมทรัพย์

ส่งหลักฐานการโอนเงินมาทางอีเมล์ globaltourplanner@gmail.com พร้อมกับแจ้งชื่อผู้โอนและเบอร์มือถือ

เงื่อนไขการยกเลิก

– กรณียกเลิกการเดินทาง 31-45 วันก่อนเดินทาง ยึดมัดจำท่านละ 5,000 บาท (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)

– กรณียกเลิกการเดินทาง 21-30 วันก่อนเดินทาง ยึดมัดจำท่านละ 10,000 บาท (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)

– กรณียกเลิกการเดินทาง 11-20 วันก่อนเดินทาง ยึดเงิน 50% ของราคาทัวร์ (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)

– กรณียกเลิกการเดินทาง 10 วันก่อนเดินทาง ยึดเงิน 100% ของราคาทัวร์ (นับจากวันที่ส่งอีเมลยืนยันแจ้งยกเลิก)

– เนื่องด้วยไม่ต้องยื่นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ทางบริษัทฯ จะไม่ทำการเก็บเอกสารจริงใดๆ

เพียงแต่ส่ง สำเนาหน้าพาสปอร์ตที่ชัดเจน และมีอายุเหลือการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน

พร้อมระบุห้องนอน,อาหาร,ที่นั่งที่ต้องการ,และเลขที่สะสมไมล์ ควรแจ้งพร้อมสำรองที่นั่ง หรือ 15 วันก่อนการเดินทาง เป็นอย่างช้า

เงื่อนไขและข้อกำหนดอื่นๆ

– บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงราคาในกรณีที่มีผู้ร่วมเดินทางไม่ถึงจำนวนที่ระบุ

– ในระหว่างการท่องเที่ยวนี้ หากท่านไม่ใช้บริการใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่สามารถเรียกร้องขอคืนค่าบริการได้

– ค่าบริการที่ท่านชำระกับทางบริษัทฯ เป็นการชำระแบบเหมาขาด และทางบริษัทฯได้ชำระให้กับบริษัทฯ ตัวแทนแต่ละแห่งแบบเหมาขาดเช่นกัน ดังนั้นหากท่านมีเหตุอันใดที่ทำให้ท่านไม่ได้ท่องเที่ยวพร้อมคณะตามรายการที่ระบุไว้ ท่านจะขอคืนค่าบริการไม่ได้

– หากท่านถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ ปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง ด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ถือเป็นเหตุผลซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจและความรับผิดชอบของบริษัทฯทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนเงินบางส่วนหรือทั้งหมด

– หากท่านถูกปฏิเสธการเข้า-ออกเมือง ไม่ว่าประเทศใดจนทำให้ท่านไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ คณะทัวร์ท่านอื่นๆ รวมถึงไกด์จะไม่สามารถรอท่าน ณ สนามบินได้ จำเป็นต้องออกเดินทางตามโปรแกรมที่วางไว้ แต่ทางตัวแทนบริษัทฯ จะทำหน้าที่ประสานงานและเจ้าหน้าที่จะทำการติดต่อช่วยเหลือท่านเป็นระยะ

– บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบในกรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองของประเทศไทยงดออกเอกสารเข้าเมืองให้กับชาวต่างชาติ หรือ คนต่างด้าวที่พำนักอยู่ในประเทศไทย แต่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือเจรจา แต่อำนาจสิทธิ์ขาดเป็นของทางกองตรวจคนเข้าเมือง

– บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายใดๆ ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย เช่น การยกเลิกหรือล่าช้าของสายการบิน, อุบัติเหตุ, ภัยธรรมชาติ, การนัดหยุดงาน, การจลาจล หรือสิ่งของสูญหายตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เกิดเหนืออำนาจควบคุมของบริษัทฯ

– บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายการทัวร์ตามความเหมาะสม และสถานการณ์ต่างๆ ทั้งนี้ทางบริษัทฯ จะยึดถือและคำนึงถึงความปลอดภัย รวมถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าส่วนมากเป็นสำคัญ

– เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนกับทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ แล้ว

Leave a Reply

Text Widget

Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Nulla vitae elit libero, a pharetra augue. Donec sed odio dui. Etiam porta sem malesuada.
error: Content is protected !!