fbpx

ฮอกไกโด ฮาโกดาเตะ HOKKAIDO HAKODATE 5D3N บิน TG ราคาเริ่มต้น 36,888 บาท

ฮอกไกโด ฮาโกดาเตะ
HOKKAIDO HAKODATE

5D3N บิน TG


ราคาเริ่มต้น 36,888 บาท

02-06 /4-08 /05-09 /06-10 ตุลาคม 2561
07-10 /09-13 /14-18 /15-19 /16-20ตุลาคม 2561

21-25ตุลาคม (วันปิยะ)
22-26 ตุลาคม (วันปิยะ)

23-27 ตุลาคม  (วันปิยะ)
24-28/25-29 /27-31 ตุลาคม 2561
28 ตุลาคม-01 พฤศจิกายน 2561
29 ตุลาคม-02 พฤศจิกายน 2561
30 ตุลาคม-03 พฤศจิกายน 2561
03-07/04-08 /05-09/08-12/12-16 พฤศจิกายน 2561
13-17 /15-19/18-22 /20-24/21-25 พฤศจิกายน 2561
22-26/25-29 /26-30 พฤศจิกายน 2561

ฤดูกาลแห่งการชมใบไม้เปลี่ยนสี
ตามรอยแฟนเดย์ ณ หุบเขานรกจิโกกุดานิ
เยือนดินแดน ใต้สุดของเกาะฮอกไกโด
ชมป้อมดาว โกเรียวคาคุ นั่งกระเช้าชมวิวยามค่ำคืน เมืองฮาโกดาเตะ
เยือนคลองโอตารุ พร้อมลิ้มลองขนมเลื่องชื่อ LETAO
สัมผัสความน่ารักของน้องหมีสีน้ำตาล
บินตรงสายการบินไทย พร้อมสะสม ROP 50%
เดินทางกับคนรู้จริงเรื่องฮอกไกโด
พิเศษ!!! บุฟเฟต์ขาปู +++ Free!! Wi-fi บนบัสตลอดรายการ
ฮอกไกโด ฮาโกดาเตะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง…
GLOBALTOURPLANNER
โทร.02-9535347 ,086-4664420
License No. 11/06072

 

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ

20.00 น พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออก เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยตอนรับท่าน
23.45 น ออกเดินทางสู่สนามบินชิโตเช่ เกาะฮอกไกโด ณ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670 (บริการอาหารร้อน พร้อมเครื่องดื่ม บนเครื่อง)

วันที่สอง สนามบินชิโตเซะ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – อุทยานแห่งชาติโอนุมะ – ฮาโกดาเตะ – ป้อมโกเรียวคาคุ – โกดังอิฐแดงริมน้ำ – นั่งกระเช้าชมวิว ภูเขาฮาโกดาเตะ

08.30 น. เดินทางถึง สนามบินชิโตเซะ เกาะฮอกไกโด ประเทศหลังจากผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านสู่ หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani หรือ Hell Valley) เป็นหุบเขาที่งดงาม น้ำร้อนในลำธารของหุบเขาแห่งนี้มีแร่ธาตุกำมะถันซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำของย่านบ่อน้ำร้อนโนโบริเบทสึนั่นเอง เส้นทางตามหุบเขาสามารถเดินไต่ขึ้นเนินไปเรื่อยๆประมาณ 20 -30 นาทีจะพบกับบ่อโอยุนุมะ (Oyunuma) เป็นบ่อน้ำร้อนกำมะถัน อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ถัดไปเรื่อยๆก็จะเป็นบ่อเล็กๆ บางบ่อมีอุณหภูมิที่ร้อนกว่า และยังมีบ่อโคลนอีกด้วย น้ำที่ไหลออกจากบ่อโอยุนุมะ เป็นลำธารเรียกว่า โอยุนุมะกาว่า (Oyunumagawa) สามารถเพลิดเพลินไปกับการแช่เท้าพร้อมชมทิวทัศน์ที่งดงาม

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (1)
จากนั้นเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติโอนุมะ (Onuma Quasi National Park) ตั้งอยู่ห่างจาก Hakodate ไปทางทิศเหนือเพียง 20 กิโลเมตร เป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพที่งดงามของเกาะ ทะเลสาบ และภูเขาไฟโคมะงาตาเกะ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ พื้นที่ที่น่าสนใจที่สุดของอุทยานแห่งนี้คือ ระหว่างทะเลสาบ โอนุมะและทะเลสาบโคนุมะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินสำรวจพื้นที่ได้ทั้งหมด ซึ่งจะมีเส้นทางการเดินคาบสมุทรและเกาะแก่งต่างๆที่เชื่อมต่อด้วยสะพานเล็กๆ ใช้เวลาประมาณ 15-60 นาที หรืออาจจะเช่าจักรยาน (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 500 เยน/ชั่วโมง 1,000 เยน/วัน) สำหรับปั่นไปรอบๆ ทะเลสาบโอนุมะ เดินทางสู่ ฮาโกดาเตะ (Hakodate) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค ฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศ และป้อมสไตล์ตะวันตก นำท่านสู่ ป้อมโกเรียวคาคุ (Fort Goryokaku) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ป้อมดาว 5 แฉก เพราะบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่รูปดาวเนื่องจากต้องการเพิ่มพื้นที่ในการวางปืนใหญ่นั่นเอง ซึ่งจะมองเห็นได้จากมุมสูง ป้อมสร้างตามสไตล์ตะวันตก สร้างขึ้นในปีสุดท้ายของสมัยเอโดะเพื่อป้องกันเมืองฮาโกดาเตะจากการคุกคามจักรวรรดินิยมที่ ต่อมาป้อมแห่งนี้กลายเป็นฐานของสงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพผู้สำเร็จราชการ และกองกำลังของรัฐบาลเมจิที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ปัจจุบันถูกดัดแปลงให้กลายเป็นสวนสาธารณะในช่วงปี 1910 (สะพานข้ามเข้าไปในพื้นที่รูปดาวเปิด 9:00-19:00 ไม่รวมค่าขึ้นหอคอยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 840 เยน)

จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่น ณ โกดังอิฐแดงริมน้ำ (Red Brick Warehouses) ได้ปรับปรุงมาจากคลังสินค้าอิฐสีแดงที่เคยใช้ค้าขายในปลายสมัยเอโดะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ ศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ให้บรรยากาศเก่าๆ นอกจากร้านขายของที่ระลึกที่ทันสมัย เสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และร้านขนมหวานแล้ว ยังมีร้านอาหาร ลานเบียร์ โบสถ์สำหรับจัดพิธีแต่งงาน และบริการล่องเรือเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของอ่าวฮาโกดาเตะอีกด้วย หลังอาหารนำท่านนั่ง กระเช้าชมวิวกลางคืน ณ ภูเขาฮาโกดาเตะ Mount Hakodate สูง 334 เมตร ตั้งอยู่ในป่าทางตอนใต้ของปลายคาบสมุทรใกล้ใจกลางเมืองฮาโกดาเตะ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม
เย็น อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย
ที่พัก HAKODATE SMILE HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สาม ย่านเมืองเก่าโมโตมาชิ – โบสถ์คาทอลิกพระแม่มารี – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – ภูเขาไฟโชวะ – สวนหมีภูเขาไฟโชวะ – ซัปโปโร

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (2)
นำท่านสู่ ท่าเรือเมืองฮาโกดาเตะ หรือ ย่านเมืองเก่าโมโตมาชิ (Motomachi District) เป็นท่าเรือแรกที่เปิดให้มีการค้าระหว่างประเทศในปี 1854 ในช่วงสิ้นสุดยุคญี่ปุ่นแบ่งแยก ดังนั้นทำให้มีผู้ค้าจำนวนมากจากรัสเซีย จีน และประเทศตะวันตก ได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในเมืองฮาโกดาเตะบริเวณฐานภูเขาฮาโกดาเตะ ส่งผลให้ฮาโกดาเตะได้รับอิทพลต่างๆมาจาก ชาวตะวันตก โดย ปัจจุบันยังคงมีอาคารสไตล์ต่างประเทศคงเหลืออยู่ สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี จากนั้นนำท่านชม โบสถ์คาทอลิกแทรพพิซไทน์ (Trappistine Convent) หรือ โบสถ์พระแม่มารี สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1898 โดยแม่ชีทั้ง 8 คนที่เดินทางมาเผยแพร่ศาสนา ต่อมาในปี 1925 โบสถ์แห่งนี้ได้ถูกไฟไหม้และหลังจากนั้นอีก 2 ปีก็ได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ ตัวตึกเป็นอาคารที่สร้างจากอิฐแดงทั้งหลังรูปทรงคล้ายกับปราสาทของยุโรป เป็นสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสค์และโกธิคผสมผสานกัน ที่โบสถ์แห่งนี้สามารถเที่ยวชมได้เฉพาะภายนอกเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เข้าชมภายในโบสถ์ ด้านในมีแม่ชีอยู่ประมาณ 60 คน และที่นี่จะมีพิพิธภัณฑ์และร้านขายของที่ระลึกเล็กๆตั้งอยู่ ขนมคุ้กกี้ของที่นี่รสชาติอร่อยมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อบโดยเหล่าแม่ชีที่อยู่ประจำในโบสถ์แห่งนี้ นอกจากคุ้กกี้แล้วก็ยังมีของระลึกอย่างไม้กางเขนให้เลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (3)
เดินทางสู่ ภูเขาไฟโชวะ ชินซัง (ไม่รวมค่าขึ้นกระเช้า) นำท่านเข้าชม สวนหมีภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa-Shinzan Bear Park) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และมีหมีโตเต็มวัยที่ไม่ดุร้ายโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว หากใครต้องการใกล้ชิดกว่านี้ก็สามารถเข้าไปยังห้องสังเกตการณ์พิเศษ กรงมนุษย์ ซึ่งจะมองเห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา และได้ยินเสียงและกลิ่นของหมีผ่านรูระบายอากาศเล็กๆ นอกจากนี้ยังยังขายขนมปัง และแอปเปิ้ล ให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารหมีอีกด้วย เดินทางกลับสู่ เมืองซัปโปโร
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (4) พิเศษ!! บุฟเฟ่ต์ ชาบู ชาบู ขาปู
ที่พัก QUINN TESSA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่ คลองโอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี – โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ – ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ – ร้านสินค้ามือสอง – ดิวตี้ฟรี – ช้อปปิ้งทานุกิโคจิ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (5)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ โอตารุเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับซัปโปโร และบางส่วนของเมืองตั้งอยู่บนที่ลาดต่ำของภูเขาเท็งงุ ซึ่งเป็นแหล่งสกีและกีฬาฤดูหนาวที่มีชื่อเสียง คลองโอตารุ หรือ โอตารุอุนงะ มีความยาว 1.5 กิโลเมตร ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุ โดยมีโกดังเก่าบริเวณโดยรอบปรับปรุงเป็นร้านอาหารเรียงรายอยู่ ไฮไลท์!!! บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกคลองแห่งนี้สร้างเมื่อปี 1923 โดยสร้างขึ้นจากการถมทะเล เพื่อใช้สำหรับเป็นเส้นทางการขนถ่ายสินค้ามาเก็บไว้ที่โกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และมีการถมคลองครึ่งหนึ่งเพื่อทำถนนหลวงสาย 17 แล้วเหลืออีครึ่งหนึ่งไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการสร้างถนนเรียบคลองด้วยอิฐแดงเป็นทางเดินเท้ากว้างประมาณ 2 เมตรนำท่านเดินชม พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุเป็น!!!ไฮไลท์ หนึ่งในร้านค้าที่ใหญ่ที่สุดของพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีในญี่ปุ่น โดยตัวอาคารมีความเก่าแก่สวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมือง ชม โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ ตั้งอยู่ในเมืองโอตารุ เมืองที่มีชื่อเสียงทางด้านการเป่าแก้วมายาวนาน โดยในอดีตนั้นจุดประสงค์ของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นทุ่นให้เรือ แต่ปัจจุบันนี้เป้าหมายของการเป่าแก้วเพื่อใช้เป็นของใช้หรือของที่ระลึกแทน ซึ่งโรงเป่าแก้วคิตาอิชิเป็นโรงงานที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของเมือง โดยก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1901 ท่ามกลางโรงเป่าแก้วที่มีอยู่มากมาย และผลงานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโรงงานแห่งนี้ก็คือโคมไฟแก้วและลูกบอลแก้วนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีสอนวิธีการเป่าแก้วให้กับนักท่องเที่ยวด้วย เดินทางสู่ ร้านกาแฟ ฮัลโหล คิตตี้ เพลิดเพลินกับบรรยากาศน่ารักๆ ของตัวการ์ตูนแมวชื่อดัง คิตตี้ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าและถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เที่ยง อิสระรับประทานอาหารกลางวันตามอัธยาศัย
นำท่านช้อปปิ้ง ณ ร้านสินค้ามือสอง ภายในร้านจะมีจำหน่ายสินค้าสภาพดี อาทิ กระเป๋า นาฬิกา รองเท้า และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้าน เครื่องจามชาม ชุดกาแฟ ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น เดินทางสู่ ดิวตี้ฟรี อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี ทั้ง เสื้อผ้า น้ำหอม ต่างๆ ตามอัธยาศัยนำท่านชม ศาลเจ้าฮอกไกโด หรือ เดิมชื่อ ศาลเจ้าซัปโปโร เปลี่ยนเพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโด ศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษา ให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุขถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เก่าแก่นับพันปี นำท่านอิสระช้อปปิ้ง ณ ถนนทานุกิโคจิ เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองซัปโปโร โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 7 บล็อก ภายในนอกจากจากจะเป็นแหล่งรวมร้านค้าต่างๆ อย่างร้านขายกิโมโน เครื่องดนตรี วิดีโอ โรงภาพยนตร์แล้ว ยังมีร้านอาหารมากมาย ทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าวัยรุ่นด้วย เนื่องจากมีเกมเซ็นเตอร์ และตู้หนีบตุ๊กตามากมาย ร้อนดองกี ร้าน 100 เยน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีการตกแต่งบนหลังคาด้วยตุ๊กตาทานุกิขนาดใหญ่
เย็น อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย

ที่พัก QUINN TESSA HOTEL หรือเทียบเท่า

 

วันที่ห้า สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ

เช้า รับประทานอาหารเช้า (6)
สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
10.30 น. เหินฟ้าสู่ เมืองไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG671
15.30 น. เดินทางถึงเมืองไทย พร้อมกับความประทับใจเต็มเปี่ยม

—>> รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดคลิ๊ก

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ฮอกไกโด ฮาโกดาเตะ HOKKAIDO HAKODATE 5D3N บิน TG ราคาเริ่มต้น 36,888 บาท