Chadar Trek เทรคน้ำแข็ง 10 วัน 3 – 13 ก.พ. 60

Chadar Trek เทรคน้ำแข็ง 10 วัน
3 – 13 ก.พ. 60
Chadar Trek group photo1

กำหนดการ
จองทัวร์: ได้ตั้งแต่บัดนี้ – ชำระมัดจำท่านละ 5,000 บาท
นัดซื้อตั๋วเครื่องบิน: ได้ตั้งแต่บัดนี้ สามารถซื้อเองได้ ซื้อเร็วจะได้ตั๋วถูกกว่ามาก
หากต้องการให้ซื้อตั๋วให้: ส่งหน้าพาสปอร์ต พร้อมโอน ค่าตั๋ว 23,000 บาท (ขาดเหลือจะไปทบ
กับค่าทัวร์ส่วนที่เหลือ) + มัดจำทัวร์ 5,000บาท = 28,000 บาท
ส่งเอกสารทำวีซ่า: ภายในวันที่ 3 ม.ค. 60
ชำระส่วนที่เหลือ: ภายใน 3 ม.ค. 60
 
สถานที่: เลห์ ลาดักห์ อินเดีย
ระยะเวลา: ·10 วัน (เทรค 6 วัน) ไปกลางคืนกลับเช้ามืด
ระดับความยาก: ยาก
ระดับความสูงจากน้ำทะเลที่สูงที่สุดในทริป: 11,123 ฟุต หรือ 3,390.29m (1 foot = 0.3048 meters)
ระยะทางทั้งหมดในทริป (โดยประมาณ): 75 ก.ม.
อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ -20C ถึง -35C
อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 5C
 
ลาดักห์…ตั้งอยู่ที่ไหนในโลก???
แคว้นลาดักห์ตั้งอยู่ในรัฐจัมมูแคชเมียร์ อยู่ทางเหนือสุดของประเทศอินเดีย มีพรมแดนติดกับทิเบต เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ เมืองเอกของแคว้นลาดักห์คือ เมืองเลห์
รัฐจัมมูแคชเมียร์ ประกอบไปด้วย 3 แคว้นคือ ลาดักห์ (ประชากร 50% เป็นพุทธวัชรยาน), แคชเมียร์ (ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม) และจัมมู (ส่วนใหญ่เป็นฮินดู)
แผนที่
แผนที่ลาดักห์
แคว้นลาดักห์ เป็นดินแดนแห่งเขาสูง พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่บนที่สูงเกินกว่า สามพันเมตรจากระดับน้ำทะเล ไปจนถึงเจ็ดพันกว่าเมตรบนยอดเขา มีฤดูหนาวที่ยาวนาน ตั้งแต่เดือน ต.ค. ถึง พ.ค. การสัญจรทางถนนจะถูกหิมะปกคลุมจนหลายเส้นทางต้องปิด จนกว่าหิมะจะละลาย
บางหมู่บ้านสามารถเข้าถึงได้เพียงทางเดียว คือเดินเท้าผ่านแม่น้ำที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง
ในฤดูหนาว การเดินทางมายังลาดักห์มีเพียงหนทางเดียวคือ บินเข้าไปยังเมืองเลห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นลาดักห์
 
แม่น้ำซานสการ์ ที่มาของ Chadar Trek
ในแคว้นลาดักห์ ประกอบไปด้วยสี่เขตหลักๆคือ คาร์กิล, เลห์, นูบร้า และ ซานสการ์
มีแม่น้ำสายสำคัญ 2 สายคือ แม่น้ำอินดัส หรือ แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำซานสการ์
 
ในฤดูหนาว การเดินทางเข้าแคว้นลาดักห์ ต้องบินเข้าอย่างเดียวเท่านั้น โดยบินไปลงที่เมืองเลห์ เมืองเอกของแคว้น แต่หากจะเดินทางไปยังส่วนต่างๆในลาดักห์ในหน้าหนาว จะค่อนข้างลำบากมาก โดยเฉพาะหุบเขาซานสการ์มักจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะถนนทุกสายถูกหิมะปกคลุมอย่างหนา วิธีการที่ชาวบ้านใช้เดินทางเข้ามายังเมืองเลห์มีเพียงวิธีเดียวนั่นก็คือการเดินเท้า ซึ่งเส้นทางที่สั้นที่สุดก็คือ เดินเลาะแม่น้ำซานสการ์ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวที่เชื่อมต่อหุบขาซานสการ์ กับเลห์เข้าด้วยกัน แต่จะเดินได้ก็ต่อเมื่อแม่น้ำซานสการ์เป็นน้ำแข็งเท่านั้น มิเช่นนั้นจะอันตรายเกินไป แม่น้ำซานสการ์จะจับตัวเป็นน้ำแข็งราวๆช่วงเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์
 
ด้วยความท้าทายของการสัญจรจากเลห์ไปยังหุบเขาซานสการ์นี่เอง ทำให้นักเดินเทรคทั้งหลายต้องการสัมผัสประสบการณ์พิเศษนี้ จึงเกิดเส้นทางการเทรคที่เรียกว่า Chadar Trek นี้ขึ้นมา
 
คำว่า Chadar เป็นภาษาพื้นเมือง แปลว่า ผ้าห่ม เหตุเพราะพื้นผิวที่ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ชาวบ้านจึงเรียกพื้นผิวแม่น้ำที่เป็นน้ำแข็งนี้ว่า Chadar และการเดินเทรคเส้นนี้ว่าเป็น Chadar Trek
Chadar Trek
Chadar Trek ….คือเส้นทางสายสำคัญเส้นทางเดียวที่จะยังคงเชื่อมต่อหมู่บ้านต่างๆในหุบเขาซานสการ์ กับ ต้นทางรถยนต์เพื่อเข้าสู่เลห์ ที่เมือง Chilling
เส้นทาง Chadar Trekนี้ ถูกใช้เป็นเส้นทางการค้า และทางสัญจรมากว่าศตวรรษ และเวลาที่ดีที่สุดจะอยู่ในช่วงกลาง ม.ค. – ก.พ. เพราะน้ำแข็งจะแข็งมากพอที่จะเดินบนผิวแม่น้ำได้
แม่น้ำซานสการ์ เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่มีน้ำเชี่ยว ช่วงตั้งแต่ Chilling ไปจนถึง หุบเขาซานสการ์ แม่น้ำจะไหลผ่านหุบเขาลึก คดเคี้ยวไปในช่องระหว่างหน้าผาชัน ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ไปจนถึงกุมภาพันธ์ อากาศจะเย็นจัดจนพื้นผิวของแม่น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง โดยใต้ผิวน้ำแข็งลงไปไม่กี่นิ้ว สายน้ำที่เย็นจัดก็ยังคงไหลไม่หยุด
ฤดูกาลของ Chadar Trek เริ่มขึ้นเมื่อความหนาของน้ำแข็งบนผิวแม่น้ำหนามากพอที่จะรับน้ำหนักของคนและสัมภาระได้ การเทรคนี้ถือเป็นเทรคที่น่าตื่นเต้นที่สุดในโลกเส้นหนึ่ง เป็นเส้นทางเทรคที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหนๆ
การเทรคเริ่มต้นหลังจากที่นั่งรถไปลงที่ Chilling จุดสุดท้ายที่รถสามารถไปถึงได้ จากนั้นก็เริ่มเทรคเข้าไปในช่องเขา เมื่อผ่านช่องเขาเข้าไปในหุบเขาก็จะต้องตะลึงกับวิวที่ทำให้คุณแทบหยุดหายใจไปกับความงามที่โอบล้อมด้วยยอดเขาน้ำแข็ง แท่งน้ำแข็งที่ย้อยลงมาตามหน้าผา ยามราตรีคณะจะพักแรมในถ้ำ โดยทีมงานจะทำแค้มป์ไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่น
ในทุกวัน เราจะเริ่มเทรคกันราว เก้าโมงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์เริ่มส่งความอบอุ่นผ่านฟ้าใสลงมาสู่พื้นดิน เราจะเดินไปตามทางของแม่น้ำ Tsarap ในเขต Nyerag, Lingshed และเขตต่างๆจนถึงซานสการ์
การมีไกด์ที่มีประสบการณ์ไปด้วยเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะการเดินบนน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานั้นเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อเราต้องเดินไปตามขอบแคบๆของน้ำแข็ง ด้านหนึ่งเป็นหน้าผาสูง อีกด้านหนึ่งเป็นแม่น้ำลึกและเชี่ยวกราด หากลื่นตกลงไปในแม่น้ำ ไม่เพียงแต่จะต้องทรมานกับความหนาวเย็น แต่อาจจะอันตรายถึงชีวิต หากประมาทเพียงนิดเดียวก็อาจพลาดตกลงไปได้
จริงๆแล้วหากทำตามคำแนะนำของไกด์ผู้มีประสบการณ์ Chadar Trek ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
ความจริงการเข้าถึงหุบเขาซานสการ์สามารถไปได้ทางรถ แต่ต้องอ้อมไปจนถึงเมืองคาร์กิล และผ่านหุบเขาซูรูกว่าจะถึงซานสการ์ก็ใช้เวลาหลายวันแม้จะเป็นทางรถก็ตาม และในช่วงฤดูหนาว ถนนมักจะถูกทับถมด้วยหิมะจนไม่สามารถขับรถผ่านได้ เส้นทางตามแม่น้ำซานสการ์จึงช่วยย่นระยะเวลาได้มาก และดูแลได้ง่ายเพราะใกล้เมืองเลห์มากกว่า
หลายศตวรรษแล้วที่ชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ เมื่อถนนเข้าสู่หุบเขาซานสการ์ถูกปิดเพราะหิมะที่ทับถม ชาวบ้านจึงใช้โอกาสที่แม่น้ำซานสการ์เป็นน้ำแข็ง ใช้เป็นเส้นทางสัญจรเพื่อเข้าสู่เลห์ สำหรับชาวบ้านแล้ว หากตั้งต้นจากเมืองพาดุม เมืองเอกในหุบเขาซานสการ์ต้องใช้เวลาราว 8 วันเพื่อเดินทางมายังเลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ โดยระหว่างทางจะแวะพักค้างคืนในถ้ำเพื่อหลบหนาว
อุณหภูมิอาจลงไปจนถึง -30 ถึง -35 องศาเซลเซียส
 
เส้นทางการบินที่แนะนำ
3 ก.พ. 60 TG331 BKK (23:25) – DELHI (02:20)
4 ก.พ. 60 GoAir G8-193 DELHI (08:45) – LEH (10:05) 1h20m
12 ก.พ. 60 JetAirways 9W 2369 LEH (08:35) – DELHI (10:10)
13 ก.พ. 60 TG 316 DELHI (00:15) – BKK (05:40)

Brief itinerary
Day 1 – 03 Feb’17:- ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ สู่กรุงนิวเดลี / From Bangkok fly to Delhi
Day 2 – 04 Feb’17:- ต่อเครื่องบินภายในประเทศบินไปยังเลห์ ถึงเลห์ให้พักผ่อนเพื่อปรับสภาพร่างกาย บ่ายๆเดินเล่นในตลาด และพาท่านชมวิวเมืองเลห์ที่ Shanti Stupa / From Delhi fly to Leh 3500m – Acclimization. Leh Market/ Shanti Stupa
Day 3 – 05 Feb’17: เที่ยวหมู่บ้านมาโถ และหมู่บ้านสตักนา / Leh – Matho – Stagna – Leh Market.
Day 4 – 06 Feb’17:- เริ่มเทรคที่จุดสตาร์ทที่หมู่บ้าน Chilling วันนี้เทรคถึง Shingrak. / Drive from Leh to Chilling, Trek Starting point – Shingrak (Ice- Trek)
Day 5 – 07 Feb’17:- Shingrak – Tib Bago (Ice-Trek)
Day 6 – 08 Feb’17:- Tib Bago – Naerak Phulu (Ice-Trek)
Day 7 – 09 Feb’17:- Naerak Phulu – Hotong Blo (Ice-Trek)
Day 8 – 10 Feb’17:- Hotong Blo – Shingrak (Ice-Trek)
Day 9 – 11 Feb’17:- วันนี้สิ้นสุดการเทรคเดินทางกลับเข้าสู่เมืองเลห์/ Shingrak – Chilling – Trek end – Leh
Day 10 – 12 Feb’17: บินจากเลห์กลับสู่กรุงนิวเดลี หรือ ท่านสามารถซื้อทัวร์ทะเลสาบโชโมริริ 2 วัน 1 คืนเพิ่ม / Leh fly to Delhi. Depart to Bangkok OR buy Tsomoriri 2-day tour and depart from Leh on 14 Feb’17
 
ก่อนการเดินทาง
ท่านที่มีปัญหาโรคหัวใจ โรคความดัน โรคภูมิแพ้ตัวเอง หอบ หือ หรือ SLE ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจร่วม ทริป เนื่องจากลาดักห์อยู่ในพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกินกว่า 3500เมตร และมีปริมาณออกซิเจนในอากาศบาง จะมีผลกับการสูบฉีดโลหิต ซึ่งจะเป็นอันตรายกับผู้ป่วยได้
 
ระหว่างเทรค
1. อย่ามัวแต่ถ่ายรูป จนลืมดูพื้นว่าอันตรายมั้ย เพราะบางครั้งเราต้องเดินบนทางแคบๆขนานไปกับแม่น้ำที่เย็นเฉียบและเชี่ยวกราด หากลื่นตกลงไปจะอันตรายมาก
2. ดื่มน้ำตลอดการเดิน อย่าพยายามอดน้ำ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกิดภาวะโรคแพ้ความดันอากาศสูงได้ หรือ Altitude Sickness (AMS)
3. โปรดรักษาความสะอาด เพราะเส้นทางเทรคเป็นเส้นทางธรรมชาติ ท่านควรนำขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายกลับไปทิ้งในถังขยะในเมือง
4. ให้ทำตามคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
5. พ่อครัวจะปรุงอาหารให้ท่านทุกมื้อ ระหว่างเทรค
6. ทีมงานประกอบไปด้วย ไกด์ผู้ชำนาญ Chadar Trek พ่อครัว ผู้ช่วย และลูกหาบ จำนวนขึ้นอยู่กับจำนวนของลูกทัวร์
7. ทุกท่านจะแบกเป้ส่วนตัวไว้สำหรับใส่ของใช้จำเป็นส่วนตัวระหว่างวัน
8. ลูกหาบจะแบกเป้ใบใหญ่ของท่านพร้อมอุปกรณ์อื่นๆ โดยจะห่อด้วยพลาสติกกันน้ำ จึงไม่สะดวกให้ท่านหยิบของในนั้นระหว่างทาง
9. กลางคืนจะนอนพักในเต็นท์ที่ทีมงานกางให้ท่าน พร้อมแผ่นรองนอน และจะมีเต็นท์ห้องน้ำ ซึ่งเป็นเต็น?ทรงสูง และขุดหลุมไว้ภายใน
10. ถุงนอน ไฟฉาย และอุปกรณ์กันหนาวๆอื่นๆท่านต้องนำไปเอง (สามารถเช่า และซื้อได้ในเลห์)
11. เพิ่มเติมอ่านในใบเตรียมตัวที่จะส่งให้ในภายหลัง
 
รายละเอียดการเดินทาง
วันแรก 3 ก.พ. 60 – สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ
21:00 คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 แถว H เพื่อทำการเช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG331 BKK (23:25) – DELHI (02:20)
23:20 เครื่องบินเหินฟ้าสู่กรุงเดลลี ประเทศอินเดีย (เสริฟอาหารบนเครื่องบิน)
 
วันที่สอง 4 ก.พ. 60 – บินสู่เลห์ (-/-/-)
02:20 เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี เมืองเดลี (เวลาอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชั่วโมง) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋านำเสื้อหนาวตัวใหญ่ และอุปกรณ์กันหนาวออกมาเตรียมไว้สำหรับอากาศที่เมืองเลห์ จากนั้นทำการเช็คอินสายการบิน GoAir G8-193 DELHI (08:45) – LEH (10:05) 1h20m (สำหรับ GoAir จะต้องนั่งรถไปยังอาคาร 1D ที่อยู่ห่างออกไป 7km) เครื่องบินเหินฟ้าสู่เลห์ เมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ ใช้เวลาบิน 1.30 ชั่วโมง (ไม่มีอาหารบนเครื่องบิน) ท่านจะเริ่มพบประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงตั้งแต่เครื่องบินออกจากกรุงเดลลี ราวครึ่งชั่วโมง ตลอดทางจะเป็นทิวทัศน์ของเทือกเขาหิมาลัย ผ่านเส้นทางสุดคลาสสิค เหนือทางหลวงมะนาลี-เลห์ และเข้าสู่เขตเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างทางผ่านช่องเขามากมาย เช่น ลาตงลา (3980m) Tanglang La (5325m) Baralacha La (4892m) Lachlung La (5060m) วิวทิวทัศน์จะสวยมากจนเข้าเขตเมืองเลห์ เมื่อเครื่องลงสู่พื้นดินแล้ว ห้ามถ่ายรูปภายในบริเวณสนามบินเมืองเลห์
07:55 เดินทางถึงเมืองเลห์ รับกระเป๋า และพบกับเจ้าหน้าที่มาต้อนรับที่สนามบิน จากนั้นพาท่านเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก ที่เมืองเลห์ ท่านจะมีความรู้สึกเหมือนเข้าสู่ทิเบต ที่ยังมีความเป็นทิเบตมากกว่าทิเบตในปัจจุบันเสียอีก จนบางคนเรียกที่นี่ว่า Little Tibet
เนื่องจากเลห์อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 3,500เมตร เมื่อเดินทางมาถึงจึงต้องใช้เวลาปรับตัว โดยในวันแรกเราแนะนำให้ท่านพักผ่อน ไม่ควรมีกิจกรรมใดๆมากนัก เคลื่อนไหวช้าๆ ดื่มน้ำมากๆ ทำตัวให้อุ่น และที่สำคัญระวังอย่าให้เป็นหวัด เพราะการเป็นหวัดในที่สูงจะทำให้ร่างกายท่านอ่อนแรงยิ่งขึ้น หากรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหว ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หากร่างกายไม่สามารถปรับตัวกับที่สูงและออกซิเจนบางได้ อาจต้องรีบนำตัวกลับสู่ที่ต่ำ
หากท่านใดต้องการที่จะหาซื้ออุปกรณ์การเทรค เช่น รองเท้าบูท ถุงมือ ถุงเท้า ถุงนอน และอื่นๆ ก็สามารถหาซื้อได้ในร้านขายอุปกรณ์เทรคกิ้งซึ่งยังคงเปิดให้บริการในช่วงฤดูหนาว
ช่วงเย็นพาท่านไปชมวิวเมืองเลห์บนเจดีย์แห่งสันติภาพ หรือ Shanti Stupa ณ ที่นั่นท่านจะได้เห็นวิวของเมืองเลห์แบบพาโนรามา และเห็นยอดเขา Stok Kangri ที่คอยส่งสัญญานเรียกให้เราปีนขึ้นไปหา
คืนนี้เราพักค้างคืนที่โรงแรมในเลห์ มีฮีทเตอร์ น้ำอุ่น และ WiFi
 
วันที่สาม 5 ก.พ. 60 – เลห์ – ปรับสภาพร่างกาย (อาหารเช้า/-/-)
ช่วงเช้า ท่านสามารถตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นบนเจดีย์เพื่อสันติภาพ Shanti Stupa ได้
ตอนเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
พาท่านไปเที่ยวหมู่บ้าน Matho ไปชมวัด Matho ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา วิวทิวทัศน์จะเป็นภูเขาหิมะโดยรอบ สวยงามมาก จากนั้นพาท่านไปเที่ยวหมู่บ้าน Stagna ชมวัด Stagna
จากนั้นเดินเล่นในเมืองเลห์ สามารถซื้อ หรือ เช่าอุปกรณ์เทรคน้ำแข็งได้ในตลาดเมืองเลห์
คืนนี้เราพักค้างคืนที่โรงแรมในเลห์ มีฮีทเตอร์ น้ำอุ่น และ WiFi
 
วันที่สี่ 6 ก.พ. 60 – เดินทางสู่เขต Chilling – เริ่มต้นเทรค – Shingrak (อาหารเช้า/เที่ยง/เย็น)
ตอนเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์ และฝากของที่ไม่จำเป็นไว้
ในวันนี้เราจะนั่งรถไปยังเขต Chilling ทางคดเคี้ยวไปตามแม่น้ำสินธุ (Indus River) เมื่อถึงหมู่บ้าน Nimu ที่ซึ่งแม่น้ำสินธุ บรรจบพบกับ แม่น้ำซานสการ์ จอดให้ท่านถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จากนั้นมุ่งหน้าต่อไป ทางเริ่มลาดลงไปหาแม่น้ำ บางช่วงอาจมีเสียว เพราะทางอาจจะชันบ้าง และต้องวิ่งบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ถนนทอดยาวผ่าน Chilling ไปยัง Tilad รถพาท่านไปจนถึงจุดเริ่มต้นการเทรค ทีมงานลูกหาบจะล่วงหน้าไปปรุงอาหารเที่ยงรอรับ วันนี้เราจะได้ลิ้มรสประสบการณ์รับประทานอาหารกลางวันบนแผ่นน้ำแข็ง
ระหว่างนั้นทีมงานจะจัดแบ่งของให้ลูกหาบแพคห่อด้วยพลาสติกอย่างดี เพื่อขนระหว่างเทรค หลังอาหารกลางวัน เริ่มเดินเทรคไปบนแม่น้ำซานสการ์ที่แข็งเป็นน้ำแข็ง แผ่นน้ำแข็งอาจแตกต่างกันหลายรูปแบบ อาจจะทั้งเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ลื่น แข็งและเย็น หรือ อาจจะเป็นแผ่นน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ แผ่นน้ำแข็งอาจจะหนา หรือ อาจจะบาง ควรจะปฎิบัติตามคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด สำหรับคนท้องถิ่นแล้ว จะมีความชำนาญในการทราบว่าควรจะเหยียบลงบนส่วนไหนของแผ่นน้ำแข็ง ก้าวแรกที่เหยียบลงบนแผ่นน้ำแข็ง ท่านอาจจะยังไม่คุ้นชิน ต้องใช้เวลาซักระยะในการปรับตัว

ระหว่างการเทรคบางครั้งอาจจะต้องเดินลุยน้ำเย็นเฉียบความลึกประมาณข้อเท้า หรือ อาจต้องมีการปีนหน้าผาริมแม่น้ำด้วย แต่เมื่อนั้นท่านก็จะคุ้นชินกับการเดินบนแผ่นน้ำแข็งแล้ว ให้ความรู้สึกก้ำกึ่งระหว่างเล่นเลื่อนและสเก็ตน้ำแข็ง เราจะเทรคไปยัง Shingrak ผ่านทาง Telat Sumdo ระหว่างทางเป็นป่า และเราจะได้เริ่มการเทรคบนแผ่นน้ำแข็ง ไกด์บรรยายสรุปถึงวิธีการเดินบนแผ่นน้ำแข็งก่อนเริ่มเดินกัน
วันนี้พวกเราจะผ่านถ้ำอย่างน้อย 5-6 ถ้ำที่ Telat Sumdo ถ้ำแต่ละแห่งสามารถพักอยู่ได้ 6-7 คน กว้างประมาณ 5-6 เมตร ถ้าโชคดี คุณอาจจะได้เจอกับเสือดาวหิมะ!!!!!
คืนนี้เราจะตั้งแค้มป์กันที่ Shingrak โดยพ่อครัวและทีมงานจะปรุงอาหารร้อนๆให้ท่านทาน สิ่งสำคัญที่ท่านต้องปฏิบัติตลอดเวลาคือการดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อปรับการไหลเวียนของเลือดให้ร่างกายได้ปรับตัวกับสภาพอากาศที่บางได้ดี หลังจากพระอาทิตย์ตกดิน อุณหภูมิจะลดต่ำลงอย่างมาก
ในวันนี้ต้องเดินราว 12 ก.ม. บนแผ่นน้ำแข็ง (Chadar)
 
วันที่ห้า 7 ก.พ. 60 – Shingrak to Tibb Cave (Ice-Trek) (อาหารเช้า/เที่ยง/เย็น)
ในวันนี้ส่วนที่ท้าทายที่สุดคือการเอาตัวออกมาจากถุงนอนอันอบอุ่น เพื่อมาเจอกับอากาศที่จุดเยือกแข็งข้างนอก แต่คุณก็จะได้รับความอุ่นจากชาร้อนๆที่เราจะเสริฟให้
วันนี้เริ่มขึ้นเหมือนทุกวัน ตื่น 7 โมงเช้า อาหารเช้า 8 โมง และเริ่มเดินราว 8.30น. – 9.00น. วันนี้เป็นวันที่ต้องเดินไกลที่สุด แต่กลับเป็นผลดี เพราะการเดินทำให้ร่างกายอบอุ่น ลดความหนาวเย็นได้มาก
วันนี้เราจะเดินเข้าไปในหุบเขาซานสการ์ แสงแดดจะถูกบดบังจากกำแพงภูเขาอันสูงใหญ่ มีถ้ำมากมายระหว่างทาง ทั้งเล็กทั้งใหญ่ และวันนี้เราจะได้เห็นน้ำตกใหญ่ที่แข็งเป็นน้ำแข็งสองแห่งด้วย
มีนิทานปรัมปราเล่าว่า หลายร้อยปีก่อน หมู่บ้านแถวนั้นขาดแคลนน้ำ ชาวบ้านจึงเดินทางไปขอน้ำในดินแดนทิเบต พวกเขาได้รับกล่องมาหนึ่งกล่อง ซึ่งผู้ให้กำชับว่าห้ามเปิดดูจนกว่าจะถึงหมู่บ้าน แต่ด้วยความกระหายใคร่รู้ พวกเขาเลยเปิดกล่องดู ณ ที่ตรงนี้ เมื่อกล่องถูกเปิดออกก็ปรากฎปลาสองตัวกระโดดออกมาจากกล่อง เกิดเป็นน้ำตกสองแห่งนี้ หนึ่งในน้ำตกนั้นมีความแปลกประหลาดเกิดขึ้น คือ น้ำไม่กลายเป็นน้ำแข็งแม้ในฤดูหนาว และยังมีมอสขึ้นอยู่บนหินใต้น้ำตกอีกด้วย ที่นี่จึงเป็นที่เดียวที่มีสีเขียวของพืชที่ท่านจะได้เห็นในการเดินเทรคครั้งนี้
ระหว่างทางเราจะแวะที่ Tsomodo ซึ่งเป็นชายแดนเชื่อมไปยังทิเบตได้ พักรับประทานอาหารกลางวันที่ Tutu Rong Tib Bago ซึ่งเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทาง สามารถจุคนได้ถึง 50 คนเลยทีเดียว (Tib หมายถึง ร่มเงา)
คืนนี้เราตั้งแต่แค้มป์กันที่ Tibb
 
วันที่หก 8 ก.พ. 60 – Tibb Cave to Naerak (อาหารเช้า/เที่ยง/เย็น)
วันนี้จะเป็นวันที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเทรคครั้งนี้ พวกเราจะเดินข้ามแม่น้ำเข้าไปในโตรกเขา ไปจนเจอบริเวณดงสนจูนิเปอร์ ที่ชาวบ้านนำธงมนตรามาแขวนไว้เต็มไปหมด ถ้าท่านต้องการจะแขวนธงมนตราเพื่อควาเป็นศิริมงคล สัญลักษณ์ของความโชคดี และสุขภาพดี ก็สามารถเตรียมธงมนตราแล้วไปแขวนที่นี่ได้ ใกล้ๆกันมีน้ำตกใหญ่ ท่านจะเห็นแสงอาทิตย์สะท้อนกับน้ำแข็งหลากสีสรร ถัดไปมีสะพานข้ามแม่น้ำที่ใช้สำหรับข้ามแม่น้ำซานสการ์ไปยังเลห์ในฤดูร้อน
หมู่บ้าน Naerak อยู่เหนือแม่น้ำขึ้นไปหลายฟุต พวกเราจะเทรคขึ้นไปที่หมู่บ้าน ไปดูวิถีชีวิตของชาวซานสการ์ แล้วค่อยลงมายังแค้มป์ที่จะตั้งไว้ใกล้กับแม่น้ำ
 
วันที่เจ็ด 9 ก.พ. 60 – Naerak to Hotong bio (อาหารเช้า/เที่ยง/เย็น)
ระหว่างทางท่านจะได้เห็นคนท้องถิ่นที่สวนชุดกันหนาวแบบดั้งเดิมซึ่งทำจากขนสัตว์เรียกว่า Gonchas บางครั้งก็จะได้พบเห็นพระลามะที่เดินทางจาก Lingshed Monastery ไปยังเลห์ และบ้างก็เป็นผู้ปกครองที่พาเด็กนักเรียนเดินทางไปยังเลห์เพื่อไปให้ทันโรงเรียนเปิดหลังวันหยุดฤดูหนาวผ่านไป ชาวบ้านพวกนี้สามารถปรับตัวกับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี เพราะในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่อุณหภูมิติดลบ ใบหน้าของพวกเขายังคงเปื้อนรอยยิ้มที่อบอุ่นต้อนรับนักเดินทางจากต่างแดนเช่นพวกเราเสมอ
 
วันที่แปด 10 ก.พ. 60 – Naerak to Hotong bio (อาหารเช้า/เที่ยง/เย็น)
วันนี้เราจะวกกลับ โดยเดินกลับเส้นทางเดิม แต่ภูมิประเทศกลับเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะกระแสน้ำอาจละลายน้ำแข็ง ทำให้แผ่นน้ำแข็งบางแผ่นแยกตัวออกไป
 
วันที่เก้า 11 ก.พ. 60 – Hotong – Leh (อาหารเช้า/-/-)
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเทรคน้ำแข็ง อยากให้ท่านดื่มด่ำจดจำความงามอันบริสุทธิ์ของแม่น้ำน้ำแข็งนี้ให้เต็มอิ่ม เพราะเมื่อเราถึง Hotong แล้วเราก็ต้องโบกมือลาซานสการ์เพื่อเดินทางทางรถกลับไปยังเลห์
คืนนี้เราพักค้างคืนที่โรงแรมในเลห์ มีฮีทเตอร์ น้ำอุ่น และ WiFi
 
วันที่สิบ 12 ก.พ. 60 – ร่ำลาเลห์ – เดลี – สนามบิน (อาหารเช้า/-/-)
วันนี้ท่านจะร่ำลาเลห์เพื่อบินกลับไปยังพื้นราบ เหลือไว้แต่ความทรงจำกับประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต
09:00 เช็คอินสายการบิน JetAirways 9W 2369 LEH (08:35) – DELHI (10:10)
– เครื่องบินเหินฟ้าสู่กรุงเดลี ใช้เวลาบิน 1.30 ชั่วโมง (มีอาหารบนเครื่องบิน) ท่านก็ยังสามารถถ่ายภาพเทือกเขาหิมาลัย บนเส้นมะนาลี-เลห์ ไฮเวย์ จากบนเครื่องบินได้ ตั้งแต่เครื่องออกจากเลห์
– เดินทางถึงเดลี ท่านสามารถฝากกระเป๋าที่สนามบินแล้วนั่งรถไฟใต้ดินเข้าเมืองได้
21:30 ทำการเช็คอินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 316 DELHI (00:15) – BKK (05:40)
 
วันที่สิบเอ็ด 13 ก.พ. 60 – เดลี – กรุงเทพฯ
00:15 เครื่องเหินฟ้าสู่กรุงเทพฯ (เสิร์ฟอาหารบนเครื่องบิน)
05:40 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 
หรือ ท่านสามารถซื้อทัวร์เที่ยวทะเลสาบโชโมริริ 2 วัน 2 คืนเพิ่มได้ (คนละ6,500 บาท เดินทาง 3 ท่านขึ้นไป) ถ้าแบบนี้ก็จะบินออกจากเลห์เป็นวันที่ 14 ก.พ. 60 และถึงกรุงเทพฯเช้ามืดวันที่ 15 ก.พ. 60
 
อัตราค่าบริการ ท่านละ 29,900 บาท พักห้องละ 2-3 ท่าน
เดินทางได้ตั้งแต่ 6 ท่าน ไม่ถึง 10 ท่านไม่มีหัวหน้าทัวร์คนไทย

อัตรานี้รวม
1. ค่าวีซ่าอินเดีย แบบ Visa on Arrival
2. รถรับส่งสนามบิน – โรงแรม – สนามบินในเลห์
3. ที่พักที่เลห์ ห้องพักแบบ Deluxe 3 คืน พักห้องละ 2-3 คนพร้อมอาหารเช้า ที่พักมีฮีทเตอร์ น้ำอุ่น WiFi
4. อุปกรณ์การพักแรมระหว่างการเทรค เช่น เต็นท์, ถุงนอน 2 ชั้น
5. อาหารระหว่างการเทรค (จะมีพ่อครัวคอยปรุงอาหารให้ทานตลอดการเทรค)
6. ไกด์ผู้มีประสบการณ์การเทรคน้ำแข็ง พร้อมทีมงาน
7. ลูกหาบ
8. รถรับส่ง จากเลห์ไปกลับ จุดเริ่มต้นการเทรค
9. ประกันการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท
หากต้องการซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม สามารถแจ้งได้
 
อัตรานี้ไม่รวม
1. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ (กทม – เดลี / เดลี – เลห์) สามารถฝากซื้อได้ ไม่คิดค่าบริการ
ท่านสามารถเดินทางโดยสารการบินอื่น แต่ขอให้เดินทางถึงเลห์ในวันที่ 4 ก.พ. 60
สายการบินที่บินตรงระหว่าง กรุงเทพฯ – เดลี มี การบินไทย (TG), Air India และ JetAirways
ที่เดลีใช้ Terminal 3
สายการบินที่บินระหว่าง เดลี – เลห์ มี Jet Airways (Terminal 3) หรือ Air India (Terminal 3) หรือ GoAir (Terminal 1D)
ระหว่างอาคารสนามบิน T3 กับ 1D มีรถ shuttle bus ของสนามบินให้บริการฟรี ทุกๆ 20นาที ระยะทาง 7ก.ม.
2. ที่พักในเดลี
3. อุปกรณ์การเดินเทรคส่วนตัว เช่น ไม้เท้า, รองเท้า, crampons, , รองเท้าบูธ (กันน้ำ) สูงเกือบถือเข่า เป็นต้น
4. อาหารที่นอกเหนือที่ระบุในโปรแกรม เตรียมไว้มื้อละ 150-250 รูปี
5. ค่าทิปลูกหาบ ค่าทิปพ่อครัว และผู้ช่วย ค่าทิปไกด์เทรค 2 คน
6. ค่าทิปบริกรในภัตตาคาร/โรงแรม
 
ช่วงที่ดีที่สุดของการเทรคน้ำแข็ง
กลางเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ แต่ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพอากาศ เพราะต้องแน่ใจว่าแม่น้ำแข็งเป็นน้ำแข็งพอที่จะเดินเทรคบนน้ำแข็งได้
 
วิธีการจอง
1. ชำระมัดจำท่านละ 5,000บาท โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารตามรายละเอียดด้านล่าง
2. ส่งตั๋วเครื่องบินที่ท่านซื้อเรียบร้อยมาที่อีเมล์ globaltourplanner@gmail.com
3. ส่งหน้าพาสปอร์ต และรูปถ่ายเข้ามาทางอีเมล์ globaltourplanner@gmail.com
4. กรอกแบบฟอร์มกรอกรายละเอียดเพื่อทำวีซ่าอินเดียและส่งกลับมาทางอีเมล์
5. นัดชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือวันที่ 5 ม.ค. 60
 
รายละเอียดเลขที่บัญชี Global Tour Planner
ธนาคาร สาขา ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี บัญชีประเภท
ธ.กสิกรไทย สำนักพหลโยธิน น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์ 799-2-27888-3 ออมทรัพย์
ธ.ไทยพาณิชย์ พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์ 388-221482-3 ออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ ถนนงามวงศ์วาน น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์ 917-0-03949-0 ออมทรัพย์
ธ.ทหารไทย งามวงศ์วาน น.ส. จุฑารัตน์ สุขเสรีทรัพย์ 026-2-72630-0 ออมทรัพย์
กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงินมาทางอีเมล์ globaltourplanner@gmail.com พร้อมกับแจ้งชื่อผู้โอนและเบอร์มือถือ

การยกเลิก
 หากมีการยกเลิกจะต้องแจ้งทางบริษัทก่อนเดินทางอย่างน้อย 45 วันทำการ (ไม่นับรวมวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) มิฉะนั้นบริษัทฯจะขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทั้งหมด
 การยกเลิกตั๋วเครื่องบิน ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ

หมายเหตุ
 ผู้จัดมีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
 ผู้จัดไม่รับผิดชอบค่าเสียหายในเหตุการณ์ที่เกิดจากสายการบิน ภัยธรรมชาติ ปฏิวัติ และอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทางบริษัทฯ หรือ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ
 หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางผู้จัด จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
 ผู้จัดจะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
 
*******************************************************

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : Chadar Trek เทรคน้ำแข็ง 10 วัน 3 – 13 ก.พ. 60