เกี่ยวกับภูฏาน
ภูมิประเทศ
อาณาจักรภูฏานเป็นแผ่นดินที่ไม่ติดทะเลอยู่ในเอเชียใต้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย มีเขตแดนติดต่อกับจีนทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก ตะวันตก และทิศใต้ ติดกับอินเดียในรัฐอรุนาจัน
ประเทศ, สิกขิม, อัสสัม และเบงกอลตะวันตก
ชาวภูฏานเรียกประเทศตนเองว่าดรุกยุล Druk Yul ซึ่งหมายถึง แผ่นดินแห่งมังกรสายฟ้า
พื้นที่ - 38,394 กม.
ความสูง -180 ม. - 7,550 ม. จากระดับน้ำทะเล
ประชากร - 683,407
เมืองหลวง - ทิมพู
เวลาท้องถิ่น - +6 GMT และ +½ IST
ศาสนา - พุทธนิกายมหายาน นิกายตันตระ และ ฮินดู ศาสนามีอิทธิพลต่อชีวิตของชาวภูฏานอย่างมาก แทบจะทุกบ้านของชาวภูฏานจะมีห้องพิเศษไว้สำหรับสวดมนต์ที่เรียกว่า chosum ภูฏานเคยเป็นประเทศที่โดดเดี่ยวที่สุดประเทศหนึ่งของโลก แต่หลังจากการพัฒนาเรื่องเที่ยวบินบินตรงสู่ประเทศ, ระบบอินเตอร์เนต, เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ, และเคเบิลทีวี ได้ทำให้เขตเมืองมีความทันสมัยขึ้นมาอย่างมาก รัฐบาลพยายามคงความสมดุลระหว่างประเพณีและวัฒนธรรมโบราณกับเทคโนโลยีอันทันสมัย โดยการนำปรัชญาของการวัดความสุขมวลรวมมาใช้ และหลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อม รัฐบาลใช้ความพยายามอย่างมากในการรักษารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและสิ่งแวดล้อมให้คงเดิม ในปี 2006 ภูฏานได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Business Week ให้เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดในเอเชีย และเป็นอันดับแปดของโลก สอดคล้องกับผลการสำรวจจากมหาวิทยาลัย Leicester ในปี 2006 ที่ยกย่องให้ภูฏานเป็น แผนที่โลกแห่งความสุข “World Map of Happiness” หลังจากการปกครองแบบราชาธิปไตยมาหลายศตวรรษ ในเดือนมีนาคม 2008 ภูฏานได้จัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อเข้าสู่การปกครองแบบประชาธิปไตย ภูฏานเป็นสมาชิกของสหประชาชาติและสมาคมเพื่อการร่วมมือกันของภาคพื้นเอเชียใต้ หรือ South Asian Association for Regional Cooperation (SAARC)
ธงชาติภูฏาน
• สีเหลือง ครึ่งบนของธงชาติ หมายถึง อำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นสีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
• สีส้ม ครึ่งล่างของธงชาติ หมายถึง การปฏิบัติธรรมและความเลื่อมใสและศรัทธาของชาวภูฏานที่มีต่อศาสนาพุทธ
• มังกรที่อยู่ตรงกลางของธงชาติ หมายถึง ประเทศดรุกยุล มีความหมายว่าดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ตัวมังกรมีสีขาวบริสุทธิ์ อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษาที่อยู่ในประเทศ ท่าทีที่มังกรกำลังอ้าปากคำรามนั้น แสดงออกถึงความมีอำนาจน่าเกรงขามของเหล่าพระผู้เป็นเจ้าทั้งชายและหญิงที่ปกป้องภูฏาน
ธงชาติภูฏาน
• สีเหลือง ครึ่งบนของธงชาติ หมายถึง อำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นสีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรม
• สีส้ม ครึ่งล่าง
ของธงชาติ หมายถึง การปฏิบัติธรรมและความเลื่อมใสและศรัทธาของชาวภูฏานที่มีต่อศาสนาพุทธ
• มังกรที่อยู่ตรงกลางของธงชาติ หมายถึง ประเทศดรุกยุล มีความหมายว่าดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า ตัวมังกรมีสีขาวบริสุทธิ์ อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีของคนทุกเชื้อชาติ ทุกภาษาที่อยู่ในประเทศ ท่าทีที่มังกรกำลังอ้าปากคำรามนั้น แสดงออกถึงความมีอำนาจน่าเกรงขามของเหล่าพระผู้เป็นเจ้าทั้งชายและหญิงที่ปกป้องภูฏาน

ตราประจำชาติ
อยู่ในวงกลมซึ่งประกอบด้วยคู่สายฟ้าที่ทำมาจากเพชรประทับเหนือดอกบัว บนยอดประดับด้วยอัญมณีและขนาบข้างด้วยมังกรสองตัวสายฟ้าเพชรคู่หมายถึงความกลมกลืนระหว่างอำนาจทางโลกและทางธรรม ตามรูปแบบของพุทธศาสนานิกายวัชรยาน ดอกบัวเป็นเครื่องหมายแห่งความบริสุทธิ์และอัญมณีหมายถึงอำนาจแห่งกษัตริย์ และมังกรสองตัวหมายถึงผู้ชายกับผู้หญิงซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศ มังกรแห่งสายฟ้า หรือ ดรุกยุล
ประวัติศาสตร์
จากการขุดพบซากอาวุธ หิน ซากช้างพบว่าชาวภูฏานอาศัยอยู่ที่ดินแดนนี้ตั้งแต่ 2000ปีก่อนคริสตกาล ในปีค.ศ.1630 ดรุกปา ลามะ ลี้ภัยจากทิเบตสู่ภูฏาน ต่อมาได้ตั้งตัวขึ้นเป็นธรรมราชา ปกครองครองดินแดนด้วยระบบศาสนเทวราช มีคณะรัฐมนตรีช่วย 4 ตำแหน่ง แม้ภูฏานจะพยายามแยกตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่ต่อมาก็ถูกรุกรานจากประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะทิเบตอยู่หลายครั้งในช่วง คริสตวรรษที่ 16 ถึง17 ในระยะต่อมาก็ยังถูกรุกรานโดยอังกฤษซึ่งมีอำนาจอยู่ในอินเดียก่อนที่จะได้ เจรจาสงบศึกกัน ในปีค.ศ.1910
การเมืองการปกครอง
มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้การปกครองโดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 5 ของราชวงศ์วังชุก ทรงปกครองประเทศโดยมีคณะองคมนตรีเป็นที่ปรึกษา และสภาแห่งชาติที่เรียกว่า ซงดู (Tsongdu) ทำหน้าที่ในการออกกฎหมาย ประกอบด้วยสมาชิก 161 คน
• สมาชิก 106 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน
• สมาชิก 55 คน มาจากการแต่งตั้งของพระมหากษัตริย์
ในสมัยศตวรรษที่ 17 นักบวช ซับดุง นาวัง นำเยล (Zhabdrung Ngawang Namgyal) ได้รวบรวมภูฏานให้เป็นปึกแผ่นและก่อตั้งเป็นประเทศขึ้น และในปีค.ศ.1651 นักบวชซับดุงได้ริเริ่มการบริหารประเทศแบบสองระบบ คือ แยกเป็น
ฝ่ายฆราวาสและฝ่ายสงฆ์ ภูฏานใช้ระบบการปกครองดังกล่าวมาเป็นเวลากว่าสองศตวรรษ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 1907 พระคณะที่ปรึกษาแห่งรัฐ ผู้ปกครองจากมณฑลต่าง ๆ ตลอดจนตัวแทนประชาชนได้มารวมตัวกันที่เมืองพูนาคา และทำการเลือกอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ อูเก็น วังชุก (Ugyen Wangchuck) ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ปกครองเมืองตองซา (Trongsa) ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์แรกของภูฏาน โดยดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์แรกแห่งราชวงศ์วังชุก (Wangchuck) เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นของพระองค์ตั้งแต่ครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ปกครองเมืองตองซา ทรงมีลักษณะความเป็นผู้นำและเคร่งศาสนาซึ่งมีความตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ราชวงศ์วังชุกปกครองประเทศภูฏานมาจนถึงปัจจุบัน สมเด็จพระราชาธิบดีองค์ ปัจจุบันคือ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (Jigme Khesar Namgyal Wangchuck) ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ.2006 เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีองค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์วังชุกภูฏานจัดตั้งการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นครั้งแรกในวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ.2008 มีพรรคการเมืองสองพรรค
สัญลักษณ์ประจำชาติ
- สัตว์ประจำชาติ : ทาคิน เป็นสัตว์ที่หายาก เพราะมีอยู่ในดินแดนภูฏานเพียงแห่งเดียว และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ มีลักษณะคล้ายวัว ผสมแพะ ตัวใหญ่ มีเขา ขนตามตัวมีสีดำ มักจะอาศัยอยู่กันเป็นฝูงในป่าโปร่ง บนความสูงกว่า 4,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป ชอบกินไม้ไผ่ เป็นอาหาร
- ต้นไม้ : ต้นสนไซปรัส นิยมปลูกตามวัด
- ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกป๊อปปี้สีฟ้า เป็นดอกไม้ป่าที่พบตามเขตภูเขาในภูฏาน
- อาหารประจำชาติ : อาหารพื้นบ้านเป็นอาหารเรียบง่าย อาหารหลักเป็นทั้งข้าว บะหมี่ ข้าวโพด ยังนิยมเคี้ยวหมากอยู่ อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วยพริก ผักและมันหมู อาหารประจำชาติคือ emadate ซึ่งประกอบด้วยพริกสดกับซอสเนยต้มกับหัวไช้เท้า มันหมูและหนังหมู ชาวภูฏานนิยมอาหารรสจัด เครื่องดื่มมักเป็นชาใส่นมหรือน้ำตาล ในฤดูหนาวนิยมดื่มเหล้าหมักที่ผสมข้าวและไข่ ไม่นิยมสูบบุหรี่ นอกจากนั้นมีอาหารจากทิเบต เช่นซาลาเปาไส้เนื้อ ชาใส่เนยและเกลือ และอาหารแบบเนปาลในภาคใต้ที่กินข้าวเป็นหลัก
ภูมิอากาศ
เนื่องจากภูฏานเป็นประเทศขนาดเล็ก ลักษณะภูมิอากาศจึงไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมากเป็นภูมิอากาศแบบกึ่งร้อนมีฝนชุก ยกเว้นตอนเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง ทำให้มีอากาศแบบหนาวเทือกเขา
อากาศ กลางวัน 25 - 15 องศาเซลเซียส กลางคืน 10 - 5 องศาเซลเซียส มี 4 ฤดู คือ
• ฤดูใบไม้ผลิ จะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ช่วงนี้อากาศจะอบอุ่นและอาจมีฝนประปราย
• ฤดูร้อน จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม ช่วงนี้จะมีพายุฝน ตามเทือกเขาจะเขียวชอุ่ม
• ฤดูใบไม้ร่วง จะอยู่ในช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส เหมาะแก่การเดินเขา
• ฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศเย็นจัดตอนกลางคืนและรุ่งเช้า และจะมีหมอกหนาบางครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเดือนมกราคม อาจมีหิมะตกบ้าง
เศรษฐกิจ
สกุลเงินของภูฏานคือ งุลตรัม (เรามักเรียกกันสั้นๆว่า เงินนู) ซึ่งผูกค่าเงินเป็นอัตราคงที่กับรูปีอินเดีย และเงินรูปียังสามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายอีกด้วย
อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 1 เมษายน 2553 : 1 Ngultrum = 0.7 Baht or 1 Baht = 1.4 Ngultrum
**นักท่องเที่ยวควรใช้เงินอเมริกันดอลล่าร์ในการแลกเงินภูฏาน เพราะธนาคารที่ภูฏานไม่รับแลกเงินบาท
บัตรเครดิตยังมีใช้กันน้อยมาก บัตรวีซ่ากับอเมริกันเอ็กซเพรสนั้นมีร้านในทิมพูยอมรับอยู่ไม่กี่ร้าน และใช้ถอนเงินไม่ได้
แม้ว่าภูฏานจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่ก็มีอัตราการเติบโตที่สูงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา (ร้อยละ 8 ในปี 2005 และร้อยละ 14 ในปี 2006) ในปี 2007 ภูฏานเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตสูงเป็นอันดับสองของโลกโดยมีอัตราการเติบโต ทางเศรษฐกิจสูงถึงร้อยละ 22.4 ซึ่งเป็นผลจากการเริ่มใช้เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าทาลา
รายได้หลักของประเทศ มากกว่าร้อยละ 33 ของจีดีพี มาจากการเกษตร และประชากรกว่าร้อยละ 70 มีวิถีชีวิตขึ้นอยู่กับผลิตผลทางการเกษตรด้วย สินค้าส่งออกสำคัญคือไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งส่งออกไปยังอินเดีย
เวลา
ประเทศภูฏาน เวลาช้ากว่าเมืองไทย 1ชั่วโมง เช่นที่เมืองไทยเวลา 10:00น. ที่ภูฏานจะเป็นเวลา 09:00น.
ผู้คน
ชาวภูฏานมีความเป็นมิตรและอบอุ่น
• เชื้อชาติ ประกอบด้วย 3 เชื้อชาติ ได้แก่
o ชาร์คอป (Sharchops) ชนพื้นเมืองดั้งเดิม ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออก
o งาลอบ (Ngalops) ชนเชื้อสายธิเบต ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันตก
o โลซาม (Lhotshams) ชนเชื้อสายเนปาล ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้
• กลุ่มประชากรของภูฏาน แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ คือ
o กลุ่มดรุกปา ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
กลุ่มเชื้อสายทิเบต
กลุ่มซังลา ที่ถือว่ามีจำนวนมากที่สุด เนื่องจากจะแยกออกตามภาษาท้องถิ่นที่ใช้มีประมาณ 11 ภาษา กลุ่มนี้จะอาศัยทางทิศตะวันออกของประเทศ
o กลุ่มเนปาล คือส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ แต่ปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลของประเทศภูฏาน ได้พยายามผลักดันให้ประชากรเหล่านี้กลับไปยังถิ่นฐานเดิมคือประเทศเนปาล
o กลุ่มชนอื่น ๆ อีก 13% คือชาวทิเบต ชาวสิกขิม และชาวอินเดีย
วัฒนธรรม
• ภาษาประจำชาติ คือภาษาซองคา ซึ่งแต่เดิมเป็นภาษาท้องถิ่นแถบตะวันตกของภูฏาน ต่อมาได้กลายเป็นภาษาประจำชาติ เขียนด้วยอักษรทิเบต นอกจากนั้นมีการใช้ภาษาถิ่นที่ต่างไปในแต่ละพื้นที่ ภาษาของชาวภูฏานคล้ายภาษาทิเบต ชาวเนปาลทางภาคใต้พูดภาษาเนปาลี ทางตะวันออกพูดภาษาชาชฮอป ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ทั่วไป
• เครื่องแต่งกายประจำชาติ ผู้ชายเรียกว่า โฆ (Kho) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ฆีระ (Khira)
• วันหยุดและเทศกาล
o วันหยุดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ได้แก่วันเฉลิมพระชนมพรรษา และวันฉัตรมงคล
o วันชาติ ตรงกับวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันที่กษัตริย์องค์แรกของราชวงศ์วังชุกขึ้นครองราชย์
o วันขึ้นปีใหม่ ขึ้นกับปฏิทินทางจันทรคติและแตกต่างไปในแต่ละท้องถิ่นโดยทั่วไปในงานจะมีการ แข่งขันยิงธนู ไหว้พระ บูชาเทพเจ้า และรับประทานอาหารร่วมกันภายในครอบครัว
ศาสนา
ประชาชนชาวภูฏานนับถือ ศาสนาพุทธนิกายมหายาน (ตันตรยาน หรือบ้างก็เรียกว่า วัชรยาน)75% ศาสนาฮินดู 24% ศาสนาอิสลาม 0.7% และ ศาสนาคริสต์ 0.3%
ดอกไม้และสัตว์ป่า
ภูฏานถือว่าเป็นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงติดหนึ่งในสิบของโลก หนึ่งในชื่อเดิมของภูฏานก็คือ หุบเขาแห่งสมุนไพรในภูฏานมีดอกโรโดเรนดอลอยู่ถึง 46 สายพันธุ์ และมีพืชสมุนไพรกว่า 300 ชนิด มีไม้จำพวกสน แมกโนเลีย กล้วยไม้ป่า ดอกป๊อปปี้สีฟ้า ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติด้วย และ edelweiss ดอกไม้สีขาวใบขาวจำพวก Leontopodium alpinum พบบนภูเขาแอลป์, gentian, primulas, daphne, giant rhubarb, พืชในที่สูง พืชเขตร้อน ต้นโอ๊ค และอีกมากมาย
ภูฏานถือเป็นสวรรค์ของสัตว์ป่า เสือดาวหิมะ แกะสีฟ้า แพนด้าแดง เสือ ทาคิน (สัตว์ประจำชาติภูฏานซึ่งมีที่ภูฏานแห่งเดียว) ตัวมาเมิต musk deer ซึ่งเป็นกวางไร้เขาขนาดเล็กที่มักพบเฉพาะในเขตที่สูง ตัว goral, ค่างสีเทา, ค่างสีทอง, หมีดำหิมาลัย, samba deer, หมูป่า, barking deer, swamp deer, เนื้อทราย,แรดนอเดียว, ควายน้ำ, กระทิง, นกเงือก และอีกมาก
ภูฏานถือเป็นจุดที่ดูนกที่ดีที่สุดจุดหนึ่ง มีนกมากกว่า 675 ชนิด เช่น นกชายเลน, thrushes นกเล็กร้องเพราะจำพวกหนึ่งในตระกูล Turdidae, finch นกขนาดเล็กที่มีจะงอยสั้น, buntings, nuthatch นกขนาดเล็กที่กินถั่วและแมลงเป็นอาหาร มีเสียงร้องไพเราะ, swift นกชนิดหนึ่งคล้ายนกนางแอ่น, นกกระสาท้องขาว, snipe นกริมฝั่งแม่น้ำที่มีจะงอยปากยาว หรือนกปากส้อม
นอกจากนั้น นกกระเรียนคอดำ (Black necked crane) จะอพยพมาอาศัยอยู่ที่ภูฎานในช่วงฤดูหนาว โดยอพยพมาจากทิเบตผ่านเทืองเขาหิมาลัย ในช่วงตุลาคม – ราวกลางเดือนมีนาคม โดยมักจะอาศัยที่เมือง ผอบจิกะ (Phorjikha)ในภูฏาน
เล็กๆน้อยๆ
จากบนเครื่องบินก่อนถึงเมืองพาโร จะสามารถมองเห็น ยอดเอเวอเรสต์ (Everest) ยอดโลเช (Lotse) ยอดมาคาลู (Macalu) และ คันเช็งจุงก้า (Kanchenjunga)ไปรษณีย์
ระบบไปรษณีย์
ของภูฎานค่อนข้างช้า แต่เชื่อถือได้ อีกทั้งพนักงานยังซื่อสัตย์และมีน้ำจิตน้ำใจดีอย่างยิ่ง อัตราเมื่อปี 2006 นั้น การส่งโปสการ์ดไปยังประเทศจุดหมายปลายทางทุกแห่ง (ยกเว้นอินเดีย เนปาล และในภูฎานเอง) จะคิดค่าส่ง 20 งุลทรัม จดหมายที่ส่งไปยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา คิดค่าส่ง 20 งุลทรัมเช่นกัน แต่ถ้าส่งไปอินเดีย เนปาล และในภูฎานเองจะคิดแค่ 5 งุลทรัมเท่านั้น โดยปกติแล้วจดหมายจะใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ถึงสิบวันในการส่งไปยุโรปและญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นอเมริกาและออสเตรเลียจะใช้เวลา 3 สัปดาห์ ส่วนการส่งพัสดุภัณฑ์นั้น (น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม) ควรส่งแบบลงทะเลียน ถ้าต้องการส่งด่วนก็สามารถใช้บริการของ DHL ที่มีสำนักงานอยู่ในกรุงทิมพู หรือจะใช้บริการ EMS ของสำนักงานไปรษณีย์กลางก็ได้เช่นกัน
แสตมป์ภูฎานเป็นแสตมป์ที่สวยมาก จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักสะสมแสตมป์ทั่วโลก ที่ที่ทำการไปรษณีย์เมืองทิมพู ห้างดรุ๊กชอปปิ้งเซ้นเตอร์คอมเพล็กซ์กับร้านหัตถกรรมในโรมแรมดราก้อนรูต คุณสามารถดูอัลบั้มแสตมป์กับพนักงานที่เคาน์เตอร์แสตมป์เพื่อการสะสมและ สำหรับแสตมป์เก่าซื้อได้ที่ทำการไปรษณีย์เมืองทิมพู
อาหารยอดนิยม
นิยมนำเนยแข็งที่ทำจากนมจามรีมาปรุงอาหาร
- อีมา ดาซี่ (Ema Dazi) วิธีปรุง เคี่ยวเนยแข็งด้วยไฟ เมื่อข้นดีแล้วหั่นพริกสดใส่ลงไป ตามด้วยเครื่องเทศแล้วตักใส่ชาม
- หน่อไม้ฝรั่ง (Asparagus) ปลูกกันแพร่หลาย ก้านใหญ่ กรอบ รสชาติดี
- เนื้อจามรีเป็นที่นิยมมาปรุงอาหาร แต่มักจะตากแห้งเป็นเนื้อแห้งก่อน แล้วจึงไปปรุง
- ผลไม้เป็นผลไม้เมืองหนาว เช่น แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ แพร์ ลูกพีช ไม่มียาฆ่าแมลง
- อาร่า (Ara) สุราท้องถิ่นที่ชาวบ้านหมักกันเอง บางทีก็ใส่ไข่ทอดกึ่งสุกลงไปในจอกด้วยบ้างก็ดื่มเพียวๆ
ศุลกากร
ห้ามนำโบราณวัตถุ ซี (หินโมราฝังลายสีขาวถือเป็นอัญมณีล้ำค่าของภูฎาน) ไม้พุ่มไม้ดอก ผีเสื้อ ผลิตภันฑ์ที่ทำจากอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของสัตว์ออกนอกประเทศภูฎาน รวมถึงศาสนวัตถุ ไม่ว่าเก่าหรือใหม่ ทั้งพระพุทธรูป เทวรูป กระบอกมนต์ ผอบเก็บพระธาตุ ระฆังหรือวัชระ ฯลฯ จะมียกเว้นให้ก็เฉพาะภาพพระบฎ (ทังกา) ที่วาดขึ้นใหม่เท่านั้น ของที่ซื้อก่อนเดินทางต้องลงบันทึกแสดงรายการไว้ในแบบฟอร์มของทางศุลกากร และต้องแจ้งให้มัคคุเทศก์ชาวภูฎานทราบไว้ด้วย อย่างไรก็ดี ศาสนวัตถุที่เป็นของทำขึ้นใหม่ ไม่ใช่ของโบราณ บางอย่างก็สามารถนำออกได้ ถ้าซื้อในร้านที่ทางการกำหนดไว้ และมีใบอนุญาตจากกรมโบราณวัตถุ (ขึ้นตรงต่อคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมแห่งชาติ) ทั้งนี้มัคคุเทศก์ของคุณจะรับเป็นคนเดินเรื่องให้ แต่ขอแนะนำเป็นคำขาดว่าอย่าได้ซื้อของจากชาวบ้านในหมู่บ้านโดยตรง เพราะถือเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์มรดกของชาติเอาไว้ได้ และทุกครั้งที่ซื้อของควรขอใบเสร็จรับเงินของสินค้าแต่ละชิ้นมาเป็นหลักฐานแสดงกับทางศุลกากรด้วย ถ้าไม่มีใบเสร็จ คุณอาจถูกยึดสินค้านั้นได้ง่ายๆ แบบฟอร์มที่คุณกรอกเอาไว้เมื่อแรกมาถึงนั้นต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ตอนเดินทางกลับด้วย สินค้าที่ห้ามนำเข้ามาในภูฎานคือสินค้าประเภทบุหรี่หรือยาสูบ
ช้อปปิ้งอะไรดี
- ทักโซ (Thagzo) เป็นผ้าทอมือที่ชาวบ้านทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมเส้นด้าย ย้อมแบบธรรมชาติ แล้วถักทอเป็นผ้าลายต่างๆ สำหรับชุดประจำชาติ ราคาอยู่ระหว่าง 20 ยูโร – 2,500ยูโร หรือหากใครสนใจซื้อชุดประจำชาติที่ตัดเย็บสำเร็จแล้วก็มีขายเป็นของที่ระลึกกลับไป หากเป็นชุดที่ทำจากผ้าทอด้วยเครื่องจักรราคาก็ไม่แพง ราว 15 ยูโรเท่านั้น
- แสตมป์ภูฏาน มีชื่อเสียงไปทั่วโลก หากสนใจแนะนำให้ไปแวะซื้อหาได้ที่ สำนักงานไปรษณีย์ในทิมพู
- ภาพพระบฏ (ทังกา) เป็นของใหม่ที่วาดและลงสีตรงตามหลักการด้านประติมาณวิทยาที่ยึดถือกันมาแต่ดั้งเดิม เลือกซื้อหาได้ที่แอนดิคราฟต์เอ็มโพเรียม ร้านค้าละแวกโรงเรียนช่างสิบสามหมู่และร้านเชอกีแอนดิคราฟต์ บางภาพก็ใช้แพรต่วนเย็บเข้ากรอบ บางภาพก็ปล่อยชายทิ้งไว้เฉยๆ ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามชอบ ถ้าเป็นแบบธรรมดา ราคาจะเริ่มต้นที่ 20 ยูโร ถ้าเป็นภาพใหญ่เข้ากรอบแพรต่วน ราคาจะอยู่ระหว่าง 300-500 ยูโร
- เครื่องประดับอัญมณีและเครื่องเงิน เช่นภาชนะใส่สุราที่ทำจากไม้ หุ้มด้วยเงินแล้วดุนลายประดับกับเชื่ยนหมากซึ่งประกอบด้วยกล่องชุดสี่เหลี่ยมแบ่งเป็นกล่องใส่ใบพลูและกล่องใส่ลูกหมาก (ราคา 150ยูโร) กับตลับใส่ปูนกลมๆเล็กๆอีกใบหนึ่ง
- เครื่องประดับของชนเผ่าต่างก็มีให้เลือกซื้อในราคาไม่แพง โดยเฉพาะแหวนที่ใช้หินปะการัง พลอยลาปิซ หรือเทอร์ควอยส์ทำเป็นหัวแหวน เครื่องประดับเหล่านีถ้าไม่นำเข้ามาจากเนปาลหรืออินเดียก็ต้องเป็นของที่คนภูฎานทำขึ้นเพื่อขายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาไม่แพง
- งานเครื่องไม้ เช่นของตกแต่งผนังกำแพง และโต๊ะเล็กๆที่เรียกว่าโชดม หน้ากากมีทั้งหน้ากากหน้ามนุษย์ หน้าสัตว์ และหน้าเทพเจ้าที่ใช้ในระบำทางศาสนา เป็นต้น
- เครื่องจักสานจากหวายและไม้ไผ่
กีฬายอดฮิต
ยิงธนู และ ปาลูกดอก เมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแต่ละครั้ง ทีมผู้เล่นที่ชนะจะแสดงความยินดีโดยการร้องเพลงเต้นระบำ






GTP Feeds