เมืองทิมพู
ทิมพูเติบโตขึ้นในหุบเขาที่มีภาพลักษณ์ความเป็นชุมชนเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประชากรที่มีอยู่ราว 8,000 คนนั้นประกอบด้วยพระลามะ พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการปกครอง ข้าราชการพลเรือน และนักธุรกิจบางครอบครัวก็ยังทำอาชีพเกษตรกรรมอยู่และจะนำผลผลิตมาขายที่ตลาดสุดสัปดาห์กันเป็นส่วนใหญ่ ชาวภูฎานถือว่าทิมพูเป็นเมืองเก่าแก่ ทิมพูเพิ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นเมืองหลวงของประเทศได้ไม่นานนักค่าครองชีพก็จัดว่าค่อนค้างแพงเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆในเขตเอเชียใต้ที่มีขนาดเท่ากัน
ทางการภูฎานสถาบันทิมภูขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี 1952-1953 แต่ทิมพูในสมัยนั้นยังเป็นเพียงป้อมที่แวดล้อมด้วยกระท่อมไม้กี่หลัง มีบ้านเรือนชาวนากระจายอยู่ตามหมู่บ้านเล็กๆ ทั่วหุบเขา
ทิมพูยังคงรักษาเอกลักษณ์ประจำชาติเอาไว้ได้ในรูปของสถาปัตยกรรมแบบภูฎานแท้ แม้จะมีตึกอพาร์ตเมนต์คอนกรีตกับห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ผุดขึ้นมาทั่วทุกมุมเมืองชื่อถนนเป็นของใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
เขตใจกลางเมืองทิมพู
ทิมพูไม่เหมือนเมืองหลวงแห่งใดในโลก ทั้งยังเงียบสงบและไม่มีการจราจรคับคั่งอย่างเมืองหลวงแห่งอื่นในเอเชีย จึงเหมาะจะเดินเที่ยวเป็นที่สุด เขตที่พอจะถือได้ว่าเป็นเมืองเก่าคือเขตใจกลางเมือง
ละแวกนี้มีร้านค้าหลายร้านหันหน้าออกหาลานจัตุรัสซึ่งมีหอนาฬิกาลายมังกรตั้งตระหง่าน และในปี 2005 ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นโรงละครกลางแจ้ง
พิพิธภัณฑ์แพรพรรณภายใต้พระราชินูปถัมภ์พระราชินิอาชิซังเก โซเด็น เปิดทำการในปี 2001 ภายในจัดแสดงผ้าทออันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนฝีมือและทักษะของช่างภูฎานได้เป็นอย่างดี
อารามตาลา
อารามตาลาที่ระดับ 3,050 เมตรได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงครึ่ง อารามแห่งนี้สร้างขึ้นในทศวรรษ 1860 โดยเจเค็มโปองค์ที่ 34 พระนามว่าเชลดรุป เยอเซอ ถ้าสภาพอากาศปลอดโปร่งจะมองเห็นทิวเขาทางตอนเหนือ ของทิมพูได้ชัดถนัดตา
อารามพะโจดิงและหมู่ทะเลสาบ
อารามแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาทางตะวันตกของเมืองทิมพู ต้องนั่งรถโฟร์วีบไดรฟว์มาลงที่ทุ่งเกบีโซทางตอนบนของย่านโมตีทังแล้วเดินเท้าต่อมาอีกประมาณสามชั่วโมง ชื่อพะโจดิงตั้งตามชื่อท่านพะโด ดรุ๊กกอม ชิโปผู้เป็นพระอริยบุคคลในนิกายดรุ๊กปะและเคยมาบำเพ็ญสมาธิอยู่ที่นี่ในสมัยศตวรรษที่ 13
ในฤดูหนาวกับฤดูใบไม้ผลิมักมีฝูงจามรีขึ้นไปเล็มหญ้าอยู่ตามทุ่งกว้างเหนือวัด มุ่งหน้าขึ้นมาหาสันเขาที่ความสูง 4,100 เมตร เส้นทางจะตัดผ่านทางด้านหน้าโทเจดราซึ่งเป็นสถานที่ที่ท่านพะโจ ดรุ๊กกอม ชิโปเคยมาเจริญสมาธิบำเพ็ญญาณ ตัวอาคารที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้มีอายุนับย้อนไปถึงปี 1749 ผู้สร้างคือท่านชาคยา รินเซ็น ทางขึ้นเขาซันมากและต้องใช้เวลาปีนหนึ่งชั่วโมงเต็มกว่าจะขึ้นไปถึงส่วนยอด จากสันเขาต้องเดินเท้าอีกสามชั่วโมงจึงจะถึงหมู่ทะเลสาบ
สำนักชีตาชิกัง
เส้นทางไปสำนักชีตาชิกังที่ความสูง 3,200 เมตร โดยตั้งต้นที่หมู่บ้านเยอเซปัง ห่างจากทิมพูมา 15 กิโลเมตรบนถนนไปพูนาคา ต้องเดินลงหุบเขาข้ามแม่น้ำ แล้วขึ้นเขามาอีกราวชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงสำนักชีที่ท่านกุงกาเกโซ (เดสิคนที่ 12) สร้างขึ้นเมื่อปี 1768 ภายในมีกุฏิเล็กๆ หลายหลังเป็นที่พักบรรดาแม่ชีในนิกายดรุ๊ก





GTP Feeds