Globaltourplanner

Thailand Hotel Booking Online

promotion


ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่่ยว เลขที่ 11/06072 ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและการจดทะเบียนถูกต้องได้ที่ กรมการธุรกิจท่องเที่ยว โทร.024011111

mix

วัดทักซัง

อีเมล พิมพ์ PDF

วัดทักซัง มีความสูง 2,950 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เดือนเมษายน ค.ศ. 1998 วัดทักซังประสบอัคคีภัยครั้งใหญ่ แต่ทางการก็สร้างขึ้นใหม่และทำพิธีกัลปถวายให้กับทางวัดไปในปลายเดือนมีนาคม ค.ศ. 2005 วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวผา เหนือหุบเขาเบื้องล่างขึ้นมา 800 เมตร มองแทบไม่เห็นทางเดินขึ้นวัด จึงถือเป็นชัยภูมิที่ตั้งน่าอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง

ทักซังเป็นสถานที่แสวงบุญที่คนเลื่อมใสศรัทธากันมากที่สุดแห่งหนึ่งในเขตหิมาลัย ภายในเขตวัดมีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ทั้งสิ้น 13 แห่ง แต่คนส่วนใหญ่จะนิยมไปเยือนทักซังเปลฟู ถ้ำที่คุรุรินโปเชเคยเสด็จมาเจริญสมาธิบำเพ็ญญาณกันเพียงแห่งเดียว

การเดินทางขึ้นไปวัดทักซัง ต้องจอดรถทิ้งไว้และตั้งต้นเดินท้าวขึ้นเขา ถ้าไม่คุ้นกับความสูงระดับนี้มาก่อน จะใช้เวลาเดินนานถึงสองชั่วโมง กว่าที่จะขึ้นไปถึงวัดได้ การเดินเท้ากลางขุนเขาดงดอยในแถบนี้ ควรเตรียมเสื้อหรือแจ็กเก็ต อาหารและน้ำดื่มบรรจุขวดไปด้วย

เส้นทางช่วงแรกจะพาคุณข้ามทุ่งหญ้าไปยังอีกฟากหนึ่ง จากนั้นจึงเริ่มผ่านป่าโอ๊กและโรโดเด็นดรอนจนมาถึงลานชั้นแรกที่มีธงมนต์กระจายกันอยู่เป็นทิว ทางขวามือมีทางเดินยาวราว 100 เมตรทอดตรงไปยังร้านน้ำชาทักกซังที่เป็นกระท่อมซุงตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่แมกไม้ เมื่อมองขึ้นไปจะเห็นวัดทักซังในมุมที่สวยเป็นพิเศษ

ทักซัง แปลว่า “ถ้ำงเสือ” ที่มาของชื่อมีตำนานสมัยศตวรรษที่ 8 เล่าต่อกันมาว่า ในครั้งนั้น คุรุรินโปเชทรงขี่นางเสือตัวหนึ่งเหาะจากเมืองเค็นปาจงในแคว้นกูร์เตมายังทักซัง (ชาวภูฏานเชื่อว่านางเสือตัวนี้แท้จริงคือศักติของท่านคุรุรินโปเชจำแลงกายมา) เข้าบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งนานสามเดือน แล้วเทศนาสั่งสอนผู้คนในหุบเขาพาโรจนหันมายอมรับนับถือพุทธศาสนากัน โดยสำแดงกายให้เห็นในภาคคุรุโดร์จี โดรเลอันน่าสะพรึงกลัว และใช้มณฑลกาเกสะกดภูตผีปีศาจร้ายทั้งแปดจำพวกเอาไว้ในระหว่างที่ประทับอยู่ที่นี่ด้วย

หลังเสด็จกลับทิเบต ท่านคุรุได้ถ่ายทอดมณฑลกาเกให้กับบรรดาสานุศิษย์ หนึ่งในนั้นคือท่านลังเช็น เปยี ซิงเก ผู้เดินทางเจริญสมาธิบำเพ็ญญาณที่ทักซังตามรอยผู้เป็นอาจารย์ในปี ค.ศ.853 ชาวบ้านจึงได้เรียกถ้ำที่ใช้บำเพ็ญสมาธิของท่านว่า เปลฟู (แปลว่าถ้ำของเปยี) หลังจากนั้นท่านลังเช็น เปยี ซิงเกได้เดินทางต่อไปยังเนปาลและมรณภาพลงที่นั่น เทพโดร์จี เล็กปาจึงใช้เวทมนตร์นำซากสังขารของท่านกลับมายังทักซัง

ทักกซังอยู่ภายใต้การครอบครองของลามะสายกาต๊กปามาจนถึงศตวรรษที่ 17 เมื่อปี 1645 ชับดรุงงาวัง นัมเกลได้เดินทางมาเยือนที่นี่พร้อมพระลามะชั้นสูงในนิกายญิงมาปะ พระในวัดจึงพร้อมใจกันยกวัดให้กับท่านชับดรุงผู้แสดงเจตน์จำนงจะสร้างโบสถ์วิหารขึ้นใหม่แต่สุดท้ายก็มรณภาพไปเสียก่อนที่จะทันได้ลงมือทำตามความตั้งใจ จนปี 1692 เต็นซิน รับเกะ เดสิคนที่ 4 ของภูฏานจึงได้สืบสานความประสงค์ของท่านให้เป็นจริงด้วยการสร้างวัดขึ้นใหม่

ทักซังได้รับการบูรณะซ่อมแซมในช่วงปี 1861-1885  ปี 1982-1983 และปี 1992 ก่อนหน้าที่จะถูกอัคคีภัยเผาผลาญจนวอดวายในปี 1998  ภายในมีหอบูชาสามหอ หอบูชาด้านหน้าสุดมีถ้ำที่คุรุรินโปเชและท่านลังเช็น เปยี ซิงเกเคยใช้เป็นที่เจริญสมาธิ

เดือนเมษายน ค.ศ. 1998 วัดทักซังเกิดเพลิงไหม้ทำให้ภาพเขียนสูญหายไปหมดเช่นเดียวกับงานประติมากรรมบางส่วน แต่ทางการก็มีภาพถ่ายเก็บเอาไว้ทั้งในส่วนของงานจิตรกรรม ประติมากรรม และสถาปัตยกรรม ประชาชนกับรัฐบาลภูฏานจึงร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดทักซังขึ้นมาใหม่

สถานที่สำคัญที่สุดของวัดทักซังคือตัวถ้ำซึ่งมีประตูหุ้มแผ่นทองแดงปิดไว้ จะเปิดให้คนเข้ามาชมกันแค่ปีละครั้งในเดือนห้าตามปฏิทินของภูฏาน