รู้ยัง!! ชาวภูฏาน ชาวทิเบต เค้ากราบพระไม่เหมือนเรานะ

วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของการกราบ

เวลาคนไทยกราบพระ เรามักจะกราบด้วยวิธีที่เรียกว่า “เบญจางคประดิษฐ์” ตามรูป

การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์

แต่หากเราไปเที่ยวภูฏาน ทิเบต หรือ เมืองพุทธแบบมหายานในแถบหิมาลัย เราจะได้เห็นวิธีการกราบอีกแบบหนึ่ง โดยผู้กราบจะแนบลำตัวไปกับพื้น วิธีการกราบแบบนั้นเรียกว่า “อัษฎางคประดิษฐ์”

อัษฎางคประดิษฐ์

อัษฎางคประดิษฐ์ ในภาษาทิเบต เรียกว่า ชากเซล (Chag Tsel) โดยคำว่า ชาก (chag) หมายถึง กายศักดิ์สิทธิ์ วาจาศักดิ์สิทธิ์ และจิตศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธเจ้าพระโพธิสัตต์ทั้งหลาย ส่วนคำว่า เซล (tsel) หมายถึงการที่เราอุทิศตนอย่างจริงจังและจริงใจที่จะก้าวตามรอยพระพุทธบาทบน หนทางอันถูกต้องมุ่งสู่การบรรลุเป็นพระโพธิสัตต์หรือพระพุทธเจ้า

สำหรับผู้ที่ออกจาริกแสวงบุญที่เคร่งครัดมากๆ จะออกเดินสามก้าวแล้วลงกราบอัษฎางคประดิษฐ์หนึ่งครั้ง แล้วออกเดินอีกสามก้าว แล้วก้มกราบอัษฎางคประดิษฐ์หนึ่งครั้ง ทำแบบนี้เรื่อยไปจนถึงจุดหมาย ซึ่งมักจะอยู่ห่างไกลมาก บางคนใช้เวลาหลายเดือนในการไปถึงจุดหมาย นับว่ามีศรัทธาแรงกล้า  เรามักจะพบการจาริกแบบนี้ในทิเบต แอดมินเคยเจอในภูฏานครั้งนึง ตอนที่เดินทางไปทางภาคตะวันออก แอดมินเลยขอทำบุญส่งเสริมท่านผู้จาริกไปด้วยเลย

กลับมาดูเรื่องการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์กันต่อ หากท่านไปทิเบต ท่านจะได้เห็นการกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์แทบทุกวัด หากท่านไปเที่ยวภูฏาน ท่านจะเห็นได้มากที่ Memorial Chorten ในเมืองทิมพู โดยทั้งวันจะมีเหล่าพุทธศาสนิกชนมาเดินเวียนรอบเจดีย์ใหญ่พร้อมกับนับลูกประคำและท่องบทสวดมนต์ และตรงลานข้างๆจะเห็นมีกลุ่มคนตั้งหน้าตั้งตากราบแบบเอาตัวแนบไปกับพื้น หรือ แบบอัษฎางคประดิษฐ์ กราบลงไปแล้วลุกขึ้นมาก็กราบอีกดูเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด ได้รับการบอกเล่าว่า ชาวพุทธมหายานแบบทิเบต เชื่อว่าการกราบแบบเอาอัษฏางคประดิษฐ์นั้นจะช่วยชำระล้างบาปได้หากกราบไปถึงจำนวนที่มากพอ


ในแต่ละวัน แต่ละคนสามารถกราบได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันครั้งเลยทีเดียว

วันนี้แอดมินเลยนำวิธีกราบแบบอัษฎางคประดิษฐ์มาเสนอ โดยขอนำบางส่วนของข้อเขียนของจากเฟสบุคคุณ Kornkit Disthan เรื่องการกราบอัษฎางคประดิษฐ์แบบทิเบต มาถ่ายทอดให้อ่านกัน

ตามธรรมเนียมทิเบตนิยมกราบแบบอัษฏางคนิมิต คือ ร่างกาย ๘ ส่วนสัมผัสพื้น ซึ่งมีความหมายลึกซึ้ง มิใช่หมายถึงการสยบยอมอย่างโง่เขลา แต่เป็นการขัดเกลาตัวเองให้พ้นมลทิน กระบวนการกราบนั้นเริ่มจากการพนมมือในท่าประคองรัตนะ คือนิ้วทั้ง ๔ แนบชิดกัน ส่วนนิ้วหัวแม่มืองอเข้าไปในพุ่มพนม

๑. จังหวะแรกยกพนมที่เหนือศีรษะ และจรดหน้าผาก พิจารณาและชำระกายกรรม

๒. จังหวะที่สองยกพนมที่ลำคอ พิจารณาและชำระวจีกรรม

๓. จังหวะสามยกพนมที่หน้าอก พิจารณาและชำระมโนกรรม

๔. ค่อยๆ น้อมร่างลงให้ทั้ง ๕ ส่วนสัมผัสกับพื้น ชำระ “ปัญจกเลศวิษะ” คือ กิเลศทั้ง ๕ ประการได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ริษยา เมื่อชำระกายวาจาใจและกิเลศแล้วจะได้รับปัญญาญาณทั้ง ๕ ประการ คือ ธรรมธาตุญาณ (รู้เแจ้งแทงตลอดในธรรมทั้งปวง), อทรรศนญาณ (รู้แจ้งในปรากฏการณ์ธรรมทั้งปวง), สมตาญาณ (เล็งเห็นสรรพสิ่งเท่าเทียมกัน), ปรัตเยกกษนาญาณ (เล็งเห็นว่าสรรพสัตว์ล้วนเสมอเหมือนกัน), กฤตยานุษฐานญาณ (รู้ในสมมติฐานของสรรพสัตว์)

หัวใจของการกราบคือการถ่อมตน และชำระกาย วาจา ใจ เพื่อเปิดปัญญาญาณนั่นเอง

ในภูฏานส่วนใหญ่ตามวัดเค้าจะไหว้แบบครึ่งนึง ดังภาพ

prostrations  half

คลิีกเพื่อดู โปรแกรมทัวร์ภูฏานทั้งหมด

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : รู้ยัง!! ชาวภูฏาน ชาวทิเบต เค้ากราบพระไม่เหมือนเรานะ