ภูฏานทัวร์วัฒนธรรม จากตะวันตกถึงภาคกลาง 8วัน7 คืน B3 เริ่มต้น 61,000บาท

ภูฏานทัวร์วัฒนธรรม จากตะวันตกถึงภาคกลาง
8วัน7 คืน B3 เริ่มต้น 61,000บาท
พาโร วังดี พูนาคา ทรองซา บุมทัง ผบจิกะ ทิมพู
โปรโมชั่น!!! ราคาพิเศษ
เฉพาะเดินทางภายใน 1มิ.ย. – 31ส.ค. 59 เท่านั้น
ภูฏาน

คลิ๊ก..ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่ง…
GLOBALTOURPLANNER
โทร.02-9535347, 086-4664420

วันที่หนึ่ง – กรุงเทพฯ – พาโร – ทิมพู (54km/1 ½ hr) (L/D)
04:30น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 แถว K ประตู 5 เช็คอินสายการบิน
Bhutan Airlines กรุงเทพฯ-พาโร เที่ยวบินที่ B3-701 ใช้เวลาบิน 4 ชั่วโมง 40 นาที
06:30น. เหินฟ้าสู่เมืองพาโร เครื่องแวะรับผู้โดยสารที่สนามบินกัลกัตตา, อินเดียใช้เวลา 30 นาที ไม่ต้องลงจาก
เครื่อง (เสริฟอาหารเช้าบนเครื่องบิน)
10:10น. เดินทางถึงเมืองพาโร (2,280m) เวลาที่ภูฏานช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง
ตอนนำเครื่องลงท่านจะได้สัมผัสกับขุนเขาอันกว้างใหญ่ใกล้แค่เอื้อม ดุจดั่งเข้าสู่อ้อมกอดของหุบเขาแห่งเมืองพาโร สำหรับท่านที่รักการถ่ายภาพ ความอลังการของทิวทัศน์จะทำให้ท่านได้ภาพที่งดงาม อัศจรรย์ที่สุดภาพหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้
ท่านจะได้รับการประทับตราวีซ่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่พาโร เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับอยู่ที่สนามบิน แนะนำให้แลกเงินให้เรียบร้อยจากภายในอาคารสนามบิน โดยใช้เงิน USD, Euro, Yen มาแลกเป็นเงินนูตรัม ของภูฏาน หากท่านใดมีเงินอินเดียรูปี สามารถนำไปใช้ในภูฏานได้เลย
จากนั้นออกมานอกตัวอาคาร พบกับเจ้าหน้าที่ที่คอยต้อนรับอยู่ที่สนามบิน พร้อมกับการต้อนรับอันอบอุ่นด้วยผ้าคะตะตามประเพณีของชุมชนโดยรอบหิมาลัย
พาท่านชมวิวสนามบินพาโรจากจุดชมวิวบนเขา ที่นี่จะเห็นวิวเมืองพาโร และวิวของสนามบินพาโร ที่มีรันเวย์สั้นติดอันดับโลก
จากนั้นเที่ยวชม ป้อมรินปุง (ป้อมแห่งอัญมณี) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ป้อมพาโร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1645 ทางเดินเข้าป้อมมีธงมนต์เรียงรายสองข้างทางนำไปสู่สะพานไม้แสนสวยหลังคามุงด้วยกระเบื้องหิน และอยู่ติดกับป้อมยามสองหลัง พาท่านขึ้นไปอาคารหอสังเกตการณ์ของป้อมรินปุงในปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติภูฏานในปี 1968 และได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย แต่กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงเพราะได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อตุลาคม 2554 ปัจจุบันป้อมพาโรมีฐานะเป็นศูนย์กลางในการบริหารปกครองของเขตปกครองพาโรและเป็นที่ตั้งของอารามหลวง ซึ่งมีพระจำวัดอยู่ราว 200รูป หอกลาง (อุตซี) ของป้อม ถึงเป็นหนึ่งในงานเครื่องไม้ที่งามที่สุดในภูฎาน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ให้ท่านแวะถ่ายรูปที่ จุดชมวิวชูซม (Chuzom – river meeting point) เป็นจุดรวมของแม่น้ำพาชู จากพา โร และ แม่น้ำวังชูจากทิมพูได้มีการสร้างเจดีย์พุทธสามแบบไว้ตรงจุดที่แม่น้ำบรรจบกัน จะเป็นเจดีย์ แบบภูฏาน แบบเนปาล และแบบทิเบต
จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองทิมพู เป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์อยู่ใจกลางหิมาลัย เพราะไม่เหมือนเมืองหลวงที่ใดในโลก อาคารบ้านเรือนยังคงเอกลักษณ์ตามสถาปัตยกรรมภูฎานดั้งเดิม
เดินเล่นในตัวเมืองทิมพู แวะถ่ายรูปสี่แยกหลักของเมืองทิมพูที่ยังคงไม่มีการใช้สัญญานไฟจราจร แต่ใช้ตำรวจจารจรมาโบก แวะถ่ายรูปหอนาฬิกากลางเมือง ช้อปปิ้งซื้อหาของที่ระลึกได้ในร้านขายของที่ระลึกที่มีอยู่โดยรอบ ท่านสามารถซื้อชุดประจำชาติ และแสตมป์ภูฏานอันเลื่องชื่อ และของที่ระลึกทีเกี่ยวกับพุทธศานาแบบทิเบต
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
เข้าพัก Peaceful Hotel หรือ เทียบเท่า ที่เมืองทิมพู (Alt; 2320m)
 
วันที่สอง – ทิมพู-พูนาคา/วังดี (70km/3hrs) (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์
พาท่านชมวิวเมืองทิมพูอีกจุดหนึ่งที่ Buddha Gang ที่ซึ่งประดิษฐานองค์พระใหญ่ที่สุดในภูฎาน บนยอดเขาที่เป็นจุดรวมพลังของหุบเขาทิมพู โดยองค์พระหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
จากนั้นมุ่งหน้าสู่เมืองพูนาคา และ วังดีโพดรัง ทิวทัศน์ระหว่างทางจะเต็มไปด้วยความสวยงามของต้นไม้ในเขตอัลไพน์สลับกับพืชเขตร้อน ระหว่างทางแวะโดชูลาพาส ที่ระดับความสูง 3150 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นจุดชมวิวภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกอันตระการตา พร้อมยอดเขาต่างๆเรียงราย รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดอย่าง Gangkar Puensum (7564 เมตร) ชม 108 สถูป สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมืองปีค.ศ.2005 เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารวีรชนชาวภูฏานที่เสียชีวิตจากสงครามอัสสัม ชมความงามของวัดดรุกวังเยลลาคัง ที่ราชินีในรัชกาลที่4 สร้างถวายแด่กษัตริย์องค์ที่4 ด้านในวัดมีภาพเขียนของเจ้าหญิงและเจ้าชายทุกพระองค์ในรูปของนางฟ้าและเทวดา และภาพเขียนเล่าเรื่องราวประวัติของภูฎาน
เที่ยง เมื่อถึงเมืองพูนาคา รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเยี่ยมชม ป้อมพูนาคา ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นวังแห่งความสุข “ Palace of Great Happiness” และเป็นหนึ่งในป้องปราการที่สวยงามที่สุดในภูฏาน เป็นป้อมที่สร้างเป็นอันดับสองของภูฏาน ในอดีตเมื่อครั้งเมืองพูนาคายังเป็นเมืองหลวง ป้อมนี้ได้ถูกใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ขององค์ปฐมกษัตริย์แห่งภูฎาน ในวันที่ 17 ธันวาคม 1907 เมื่อตุลาคมปี 2011 ใช้เป็นที่ประกอบราชพิธีอภิเษกสมรสของกษัตริย์จิ๊กมี่และพระราชินี ปัจจุบันเป็นที่พักในฤดูหนาวของพระชั้นผู้ใหญ่ ป้อมนี้ตั้งอยู่ ณ บริเวณที่แม่น้ำ Phochu และ แม่น้ำ Mochu ไหลมาบรรจบกัน
พาเดินข้ามสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในภูฏาน ความยาวประมาณ 500เมตร เป็นทางเชื่อมไปยังหมู่บ้าน Gidagom
จากนั้นพาท่านไปยังสำนักชี Sangchhen Dorji Lhuendrup nunnery อันเงียบสงบ แต่อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองพูนาคา
เย็น รับประทานอาหาร ที่โรงแรม
ค้างคืนที่ Meri Puensum Resort หรือ เทียบเท่า ในเมืองพูนาคา (Alt.1240m)
 
วันที่สาม – วังดีโปรดรัง – ทรองซา (129km/4½hr) (B/L/D)
เช้า หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์ แวะชมตลาดเช้าที่วังดี จากนั้นขับรถมุ่งหน้าไปยังเมืองบุมทัง ระหว่าง ทางผ่านชม Pelela Pass (3,300m) ณ เลยช่องเขาไปจะมีหมู่บ้านใหญ่ชื่อ Rukubji บ้านที่นี่จะล้อมรอบไป ด้วยทุ่งมัสตาร์ด ไร่มันฝรั่ง ทุ่งบาร์เล่ย์ และข้าวสาลี จากนั้นผ่านหมู่บ้าน Chendebji เป็นจุดพักระหว่างทาง ของกองคาราวานเดินทางจากทรองซาในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์องค์ที่ 2 ของอาณาจักรภูฎาน จุดนี้ยังเป็น จุดสำคัญในการแบ่งภูฎานตะวันออกและภูฎานตะวันตก เขตนี้เป็นดินแดนของคนเลี้ยงจามรีและคนเลี้ยง แกะ ถ้าทัศนวิสัยปลอดโปร่งจะมองเห็นยอดสูงๆของเทือกเขาหิมาลัยได้อย่างชัดเจน
ถัดจากหมู่บ้านนี้จะได้เห็นสถูป Chendebji Chorten สีขาวองค์ใหญ่อยู่ริมลำธาร สถูปนี้จำลองมาจากสถูป Swayambhunath ในกาฎมัณฑุ ประเทศเนปาล มีรูปตาวาดติดไว้ทั้งสี่ทิศ สร้างขึ้นในครึ่งแรกของศตวรรษที่ 18 เพื่อสะกดปีศาจที่เข้ามาอาละวาดสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในหุบเขาบริเวณนี้ หมู่บ้านสุดท้าย ก่อนถึงทรองซาคือหมู่บ้าน Tangsibji จากจุดนี้ท่านจะได้เห็นวิวอันตะการตาของป้อมทรองซา Trongsa Dzong อย่างสมบูรณ์ มองเห็นหลังคาสีเหลืองอันโดดเด่น ป้อมทรองซานี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1645 ภายใน ประกอบด้วยสถาปัตยกรรมชั้นเลิศ ลานกว้าง ทางเดิน และระเบียงอันสลับซับซ้อนเหมือนเขาวงกต ทั้งยังมี วิหารและหอบูชาอยู่มากถึง 25หลัง ป้อมนี้เป็นป้อมที่สำคัญมาก เป็นสถานที่จัดงานพระราชพิธีแต่งตั้งองค์ มกุฎราชกุมารขึ้นเฉลิมพระยศเป็นโชเชเป็นลป ก่อนที่จะขึ้นครองราชย์เป็นกษัตร์ย์องค์ต่อไป
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นเราก็เข้าไปชมในตัวป้อมทรองซา เมื่อเข้าไปในเขตของ Chhume Valley (เป็นหุปเขาแรกในสี่หุบ เขาที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นหุบเขาบุมถัง) ที่นี่มีการทอ Yathra ซึ่งเป็นผ้าขนสัตว์ทอมือกันมาก เป็นแพ ทเทิร์นที่มีรูปแบบเฉพาะ สีสรรสดใส เป็นที่ต้องการของตลาด เมื่อถึงทรองซา เข้าชมหอสังเกตการณ์ Tower of Trongsa ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว จากนั้นเดินเล่นในตัวเมืองทรองซา
คืนนี้พักที่ Yangkhil Resort หรือ เทียบเท่า เมืองทรองซา (Alt 2,180m)
 
วันที่สี่ –ทรองซา – บุมทัง (68km/2½hr) (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์ แล้วมุ่งหน้าไปสู่เมืองบุมถังเป็นเมืองแห่งจิตวิญญานที่ตั้งอยู่ใจ กลางประเทศภูฎาน เส้นที่วิ่งผ่าน Yotong La Pass (3,425m) ถือเป็นเส้นที่มีวิวที่สวยที่สุดในภูฎาน และ เป็นที่อยู่ของชาว Satyr
ถึงเมืองบุมถัง พาท่านไปเที่ยวJakar Dzong ซึ่งเป็นป้อมที่ใหญ่ที่สุดในภูฎาน โดยมีกำแพงป้อมยาวถึง 1 กิโลเมตร
จากนั้นมุ่งหน้าไปยังวิทยาลัยสงฆ์ Kherchu Draktsang บนเนินเขา ที่นี่เป็นจุดชมวิวหุบเขา บุมถังที่ สวยงาม บุมถังเป็นเมืองใจกลางประเทศที่ถูกขนานนามโดยนักท่องเที่ยวว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย พาท่านเยี่ยมชม โบราณสถานและวัดที่สำคัญหลายแห่ง เช่น Kurjey Lhakhang / Jambay Lhakhang /Kenchoksum Lhakhang/Tamshing & Pema Sambha Lhakhang บางแห่งมีสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.629 วัด เหล่านี้เป็นวัดที่นักแสวงบุญจากทั่วประเทศมาจาริกบุญอยู่มากมาย
คืนนี้พักค้างคืนที่ Jakar Village Lodge เมืองบุมถัง(Alt; 2580m)
 
วันที่ห้า – บุมทัง – ผบจิกะ (148km/5.5hrs) (B/L/D)
เช้า หลังอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์ จากนั้นเดินทางมุ่งหน้าสู่เมือง ผบจิกะ เมืองที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งใน ภูฎาน เป็นเมืองในหุบเขาที่แสนงดงาม เรียบง่าย และอุดมไปด้วยธรรมชาติอันสมบูรณ์ เป็นแหล่งพักของ นกกระเรียนคอดำที่อพยพหนีหนาวจากที่ราบสูงทิเบต ในช่วงปลายเดือนตุลาคม-มีนาคม และในปลาย เดือนสิงหาคมดอกบัวตองจะบานเต็มทั่วทั้งหุบเขา ท่านจะพบกับป่าสน ป่าดึกดำบรรพ์ เทือกเขา และไร่มัน สำปะหลังที่ผสมผสานกันอย่างงดงาม จนนักท่องเที่ยวหลายคนฝันอยากมาใช้ชีวิตที่อยู่ที่นี่เลยทีเดียว
เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย พาท่านเดินเข้าไปในท้องทุ่งกลางหุบเขา ไปสัมผัสชีวิตชาวภูฎานอย่างแท้จริง จนไปสุดที่ บ้านชาวนา เพื่อ ไปชิมขนม พร้อมจิบชาร้อนๆแบบภูฎาน
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
จากนั้นพักผ่อนที่ Gakiling Guesthouse หรือ เทียบเท่า ในเมืองผบจิกะ (Alt; 2900m)
 
วันที่หก – ผบจิกะ – ทิมพู (142km/5hrs) (B/L/D)
เช้า หลังอาหารเช้าในโรงแรม เช็คเอ๊าท์ พาท่านเที่ยววัดกังเต Gangtey Gompa ชมพระทำวัตรเช้า วัดนี้เป็นวัน นิกาย Nyingma ที่ใหญ่ที่สุดในภูฎาน ผู้ก่อตั้งอารามกังเต คือท่านเปมา ทรินเล หลานปู่ของท่านเปมา ลิงปะ พระอริยบุคคลผู้โด่งดังในนิกายญิงมาปะของภูฎาน
จากนั้นมุ่งหน้ากลับไปยังทิมพู
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
เมื่อถึงเมืองทิมพู พาท่านแวะที่ทำการไปรษณีย์ ที่ท่านนักสะสมแสตมป์สามารถหาซื้อแสตมป์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกได้ที่นี่ หรือท่านที่อยากซื้อกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึกก็ได้ เพราะแสตมป์ภูฎานนั้นนักสะสมรู้ดีว่าเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก ท่านสามารถสั่งทำแสตมป์รูปตัวท่านไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย
จากนั้นพาท่านชมวิวเมืองทิมพูที่บริเวณ สถานีส่งสัญญานช่อง BBS ซึ่งเป็นที่หนุ่มสาวขนานนามว่าเป็น สถานที่โรแมนติก หรือ Romantic Point เพราะหนุ่มสาวมักมาชมวิวกันที่นี่ จากนั้นไปเที่ยวชมสัตว์ประจำชาติภูฏานที่ สวนสัตว์ทาคิน ชมตัวทาคิน มีหัวเหมือนแพะ ตัวเหมือนวัว เป็นสัตว์ในตำนานของชาวภูฎาน แวะเที่ยววัดแม่ชีดรุบโถบลาคัง
จากนั้นนำท่านสู่ป้อมทาชิโช ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานที่ใช้ทรงงานของกษัตริย์ ประกอบไปด้วยท้องพระโรง และศาสนสถานอยู่ภายใน
เย็น รับประทานอาหารที่ภัตตาคาร
คืนนี้พักที่ Peaceful Hotel หรือ เทียบเท่า ในเมืองทิมพู (Alt; 2320m)
 
วันที่เจ็ด – ทิมพู – พาโร (54km/1 ½ hr) (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์
จากนั้นเดินทางสู่เมืองพาโร เมื่อเดินทางถึงเมืองพาโร พาท่านขึ้นสักการะวัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในภูฎาน วัดทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นศาสนสถานที่มหัศจรรย์ เพราะตัววัดเหมือนเกาะอยู่บนหน้าผาหินที่มีความสูงถึง 900 เมตร วัดจากที่ราบพาโร ตำนานกล่าวไว้ว่าท่าน Guru Padmasambhava หรือ พระปทุมสมภพในภาคยักษ์ หรือพระศาสดาองค์ที่สองตามความเชื่อของชาวภูฏาน ได้เหาะมาบนหลังเสือตัวเมีย มายังหน้าผาแห่งนี้เพื่อทำวิปัสนากรรมฐาน จึงได้ชื่อว่าถ้ำเสือ หลังจากที่สำเร็จสมาธิแล้ว ท่านจึงได้สร้างศาสนสถานแห่งนี้ขึ้น ชาวภูฏานส่วนใหญ่มีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ Taksang สักครั้งหนึ่งในชีวิต
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนเขา เป็นมังสวิรัติ
เดินทางต่อไปจนถึงจุดชมวิว แล้วเดินบันไดจนถึงตัววัด ขากลับต้องเดินเท้ากลับเท่านั้น เพราะขี่ม้าลงเขาจะอันตราย
ใช้เวลาการปีนเขาจะใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง (ไป-กลับ)
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร หรือ แบบชาวภูฎานที่บ้านชาวนาที่เตรียมต้อนรับขับสู้อย่างดีและอบอุ่น ท่านจะได้เห็นการตกแต่งบ้านเรือนของชาวภูฎานแท้ๆ และเห็นวัฒนธรรมการกินการใช้ชีวิตของเค้า พร้อมชิมเหล้าหมักพื้นบ้านที่เรียกว่า อาร่า Ara รสชาติคล้ายกับเหล้าสาเกของญี่ปุ่น
คืนนี้พักค้างคืนที่ Galingkha Hotel หรือ เทียบเท่า ในเมืองพาโร (Alt; 2280m)

หมายเหตุ
– มีม้า/ล่อ บริการขี่ขึ้นวัดทักซัง (ท่านละประมาณ 15-20USD ไม่รวมในค่าทัวร์) ไปถึงกลางเขาใช้เวลาประมาณ 40นาที หากใครเดินขึ้นไม่ไหวก็สามารถถ่ายภาพวัดทักซังจากภัตตาคารกลางเขา (ปกติจะแวะพักเข้าห้องน้ำ หรือ หากตรงกับเวลาอาหารกลางวันก็จะรับประทานอาหารกลางวันที่นี่ก่อนเดินขึ้น อาหารที่นี่จะเป็นมังสวิรัติทั้งหมด) จากนั้นต้องเดินเท้าขึ้นเขาต่อไปยังจุดชมวิว ระยะทางอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จากจุดชมวิวสามารถถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่นี่ จากนั้นจะเป็นทางบันไดจนถึงตัววัด โดยเริ่มจากเดินลงบันไดประมาณ 250 ขั้น และ เดินขึ้นบันไดอีก 100 ขั้น เพื่อไปถึงตัววัด เดินเที่ยวภายในวัดอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง (วัดปิดไม่เกิน 4.30 โมงเย็นในฤดูหนาว และ 5 โมงเย็นในฤดูอื่นๆ) ใช้เวลาเดินลงเขาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วแต่ความเร็วในการเดินของแต่ละคน แนะนำให้คำนวนเวลาและสปีดของท่านและคณะเพื่อให้เดินลงถึงตีนเขาตอนฟ้ายังไม่มืด มิเช่นนั้น อาจหลงทางและ อากาศหนาว (ในฤดูหนาว ฟ้าจะมืดตอนประมาณ 5 โมงเย็น และ ในฤดูอื่นๆ ฟ้าจะมืดตอนใกล้ๆ 6 โมงเย็น – เวลาอาจคลาดเคลื่อนราว 30นาที แล้วแต่สภาพอากาศ ณ วันนั้น) แนะนำให้เชื่อฟังคำแนะนำของไกด์อย่างเคร่งครัด หากถึงเวลาลงเขา ควรลงตามคำแนะนำ ส่วนตอนลงเขาต้องเดินลงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้นั่งม้าลง เพราะจะอันตรายเกินไปสำหรับทางลงเขา
 
– ม้าสามารถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 100 ก.ก. หากท่านใดมีน้ำหนักเกินอาจไม่สามารถขึ้นได้
– ที่บ้านชาวนา มีบริการการอาบน้ำแร่หิน หรือ Hot Stone bath หรือเรียกว่า Chu Tsen ที่ขึ้นชื่อของภูฎานอีกด้วย โดยจะนำหินจากแม่น้ำที่มีแร่ธาตุอุดมอยู่มากมาย และใช้เวลาเผาประมาณ 5-6 ชั่วโมง จนกลายเป็นหินร้อน จากนั้นนำมาแช่ลงในน้ำอุ่นจนกลายเป็นน้ำแร่ และให้ท่านลงไปแช่ อาบในอ่างไม้ผสมกับสมุนไพรตามสไตล์ชาวภูฎาน โดยเชื่อว่าจะช่วยบำรุงผิวพรรณ และรักษาโรคผิวหนังได้ดี (หากสนใจจะแช่น้ำแร่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมท่านละประมาณ USD$15โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง)
 
วันที่แปด – พาโร – กรุงเทพฯ (B)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เช็คเอ๊าท์
นำท่านสู่สนามบินนานาชาติพาโร
08:30 เช็คอินที่สนามบินพาโร สายการบิน Bhutan Airlines เที่ยวบินที่ B3-700 พาโร – กรุงเทพฯ ใช้เวลา
เดินทาง 4 ชั่วโมง
10:45 เครื่องบินเหินฟ้าจากสนามบินพาโร เครื่องแวะรับส่งผู้โดยสารที่กัลกัตตา, อินเดีย เป็นเวลา 30 นาที
ผู้โดยสารไม่ต้องลงจากเครื่อง (เสริฟอาหารกลางวันบนเครื่องบิน)
16:15 เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
**********************************
รายการท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ
ผู้จัดโดยยึดถือตามสภาพการณ์และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ
8วัน

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : ภูฏานทัวร์วัฒนธรรม จากตะวันตกถึงภาคกลาง 8วัน7 คืน B3 เริ่มต้น 61,000บาท